แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ที่เที่ยวเชียงใหม่ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ที่เที่ยวเชียงใหม่ แสดงบทความทั้งหมด

28 พฤษภาคม 2556

เที่ยวเชียงใหม่ เที่ยวแม่ริม ชมดอกไม้สวย


เที่ยวเชียงใหม่ เที่ยวแม่ริม ชมดอกไม้สวย

แม่ริม อำเภออีกหนึ่งอำเภอที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองเชียงใหม่มากนัก ใช้เวลาเดินทางเพียงงไม่ถึงสี่สิบนาทีจากตัวเมือง เราก็จะได้พบกับ สถานที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่สวยงามและน่าสนใจมากมาย เริ่มจาก ม่อนแจ่ม แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่มีวิวทิวทัศน์สวยงาม และดอกไม้เมืองหนาวนานาชนิดให้เราได้ชมมากมายและด้วยการจัดตกแต่งที่ค่อยข้างจะครีเอทให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังเดินเล่นอยู่ท่ามกลางมวลหมู่ดอกไม้ ไม่ว่าจะหันไปมุมไหนก็ตาม ม่อนแจ่มจึงกลายเป็นสถานที่สุดแสนโรแมนติกอีกแห่งหนึ่ง ที่ไม่ควรพลาดและใ่ส่ไว้ในจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยว
ม่อนแจ่ม

ม่อนแจ่ม เป็นส่วนหนึ่งของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ตั้งอยู่บริเวณหมู่บ้านม้ง หนองหอย อ.แม่ริม   มีอากาศเย็นสบายตลอดปี มีหมอกยามเช้าให้ได้ชม สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ โดยรอบไกลสุดลูกหูลูกตา เมื่อก่อนพื้นที่ บริเวณนี้ เป็นป่ารกร้าง จนในท้ายที่สุดโครงการหลวงมาขอซื้อพื้นที่ เมื่อเข้าเป็นส่วนหนึ่งของโครงการหลวง คุณแจ่ม-แจ่มจรัส สุชีวะ หลานของ ม.จ. ภีศเดช รัชนี ประธานมูลนิธิโครงการหลวงได้เข้ามาพัฒนาและปรับปรุงบริเวณม่อนแจ่มให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว โดยเฉพาะในลักษณะ ของแค้มปิ้งรีสอร์ท  ที่พักเพียงแห่งเดียวที่ตั้งอยู่ข้างบน คือ ม่อนแจ่ม แคมปิ้ง รีสอร์ท มีร้านอาหารเชียงใหม่ให้บริการ มีที่พักแบบเต้นท์พร้อมเครื่องนอน (ไม่อนุญาติให้นำเต้นท์ส่วนตัวมากางข้างบน) นอกจากนี้ก็จะมีที่พักของเอกชนต่างๆ ที่ตั้งอยู่ระหว่างทางขึ้นไปม่อนแจ่ม ให้บริการอีกหลายแห่งแต่ไม่เยอะมาก
ม่อนแจ่ม

ม่อนแจ่ม มีเนื้อที่ไม่กว้างมาก จะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ โซนนั่งเล่น รับประทานอาหาร เป็นกระท่อมแนบชิดธรรมชาติ นั่งทานไปชมวิวภูเขาไป ชิวสุดๆ
ม่อนแจ่ม

ดอกไม้ที่เที่ยวเชียงใหม่ สวยงามจริงๆ

อำเภอแม่ริม ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่ที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง เช่น ฟาร์มงูแม่สา  สวนกล้วยไม้และ ฟาร์มผีเสื้อ บ้านม้งแม่สาใหม่ จบทริปท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในอำเภอแม่ริม รู้สึกอิ่มใจและมีความสุขกับสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ ของที่นี่ไม่น้อย แล้วอย่าลืมแวะมากันน่ะค่ะ




ติดตามเรื่องราวจังหวัดเชียงใหม่ได้ที่: http://travel.sanook.com/thailand/chiangmai/
เรียบเรียง : http://chiangmainice.blogspot.com/

23 พฤษภาคม 2556

ทริปที่เที่ยวเชียงใหม่ พิชิตดอยผ้าห่มปก



ทริปที่เที่ยวเชียงใหม่ พิชิตดอยผ้าห่มปก


              จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดท่องเที่ยวยอดฮิตมีสถานที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่และดอยสวยมากมาย ที่สำคัญมีดอยที่สูงติดอันดับ 1-3 ของประเทศไทย ตั้งอยู่ด้วย อันดับ  1 ดอยอินทนนท์ อันดับ  2 ดอยผ้าห่มปก และอันดับ 3 ดอยหลวงเชียงดาว  สำหรับฉันอันดับ 1 ไปมาหลายครั้งในรอบหลายปีที่ผ่านมา  อันดับ 3 เคยไปพิชิตความสูงมาแล้ว  อันดับ 2 ได้ยินชื่อมานานแต่ยังไม่เคยไปซักครั้ง  ประจวบเหมาะกับได้เห็นภาพดอยหนึ่งทางโลกออนไลน์และการบอกต่อจากคนรู้จักชื่อว่า ดอยม่อนล้าน  ซึ่งอาจเป็นชื่อที่ไม่ค่อยคุ้นเคยเท่าไหร่แต่เมื่อได้เห็นจากภาพทำให้ต้องรีบใส่ชื่อดอยนี้ในการเดินทางครั้งนี้ด้วย  ทริปที่ตั้งใจและรอคอยมานานจึงเกิดขึ้น ดอยผ้าห่มปก ดอยม่อนล้าน
             เดินทางมาถึงอำเภอฝางแต่เช้าตรู่  อากาศหนาวใช้ได้เลยทีเดียวแอบตกใจเล็กน้อยเพราะตลอดเวลาที่มาเที่ยวเหนือก่อนหน้านี้แทบไม่มีความหนาวแบบสุดขั้วเท่าไหร่  ฉันคิดในใจข้างล่างหนาวขนาดนี้บนยอดดอยจะหนาวขนาดไหน  หลังจากรับประทานข้าวเช้าในตัวอำเภอฝางเรียบร้อยแล้วก็มุ่งหน้าไปยังอุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก แวะไปเที่ยว บ่อน้ำพุร้อนฝาง ซึ่งตั้งอยู่ภายในตัวอุทยาน  หนาวๆแบบนี้ ได้ไออุ่นจากน้ำพุร้อนมากระทบร่างกายบ้างก็ช่วยให้อุ่นดีไม่น้อย

           น้ำพุร้อนในแต่ละบ่อ มีคุณสมบัติของแร่ธาตุที่มีประโยชน์มากมาย เช่น แคลเซียม โซเดียม ซัลเฟอร์ ที่เชื่อว่ามีคุณสมบัติในการช่วยรักษาโรคผิวหนัง และโรคไขข้ออักเสบได้ ช่วยให้โลหิตไหลเวียนได้ดีเมื่อนำมาอาบ  บ่อน้ำพุร้อนฝางก็ได้ผ่านการวิเคราะห์แล้วว่ามีคุณสมบัติของแร่ธาตุดังกล่าว ที่สามารถนำมาอาบได้โดยปลอดภัย ทางอุทยานฯ ได้จัด ทำห้องอาบน้ำแร่ ห้องอบไอน้ำ และบ่อน้ำร้อนไว้ให้บริการแก่นักท่องเที่ยวเชียงใหม่ที่ต้องการมาอาบน้ำพุร้อน  โดยมีให้เลือก 2 แบบ แบบแรก คือ บ่ออาบน้ำแร่กลางแจ้งไม่จำกัดเวลา ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท  โดยจะมีการปล่อยน้ำแร่ให้ไกลไปตามบ่อต่างๆ
            เดินชมบ่อน้ำพุร้อน ได้ซักพักใหญ่สายแล้วเริ่มรู้สึกร้อน  ออกจากตัวอุทยาน ฯ เพื่อไปยัง สวนส้มธนาธร  สวนส้มชื่อดังของอำเภอฝาง ผ่านไปผ่านมาหลายครั้งแต่ไม่ได้มีโอกาสเข้าไปชมบรรยากาศข้างในซักที ด้านหน้าสวนส้ม มีการตกแต่งสวน ประดับประดาด้วยดอกไม้และต้นไม้เมืองหนาวนา นา ชนิด การชมสวนส้มธนาธร จะมีรถรางใช้บริการนำชมแต่ละจุด ค่าบริการคนละ 30 บาท  นั่งรถชมวิวมองเห็นที่พักริมน้ำบรรยากาศดีมาก

              ต่อมา เดินทางกลับไปยังอุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก ที่เที่ยวเชียงใหม่เพื่อเปลี่ยนรถเป็นรถกระบะเพื่อขึ้นไปยังดอยผาห่มปก การขึ้นไปยอดดอย รถเก๋งและรถตู้ไม่สามารถขึ้นไปได้ค่ะ เพราะเส้นทางเป็นดินลูกรังเป็นหลุมบ่อและขันในบางช่วง ส่วนใหญ่จะจอดไว้ที่ทำการอุทยาน ฯ แล้วใช้บริการรถกระบะนำเที่ยวขึ้นดอยผ้าห่มปก  ราคา 1800-2200 บาท สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดรถเช่าได้ที่ โทร 085 447 5810
นั่งรถมาประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า ก็มาถึงลานกางเต้นท์กิ่วลม ซึ่งเป็นลานกางเต้นท์ที่ที่สูงที่สุดในประเทศไทย และเป็นที่พักเพียงแห่งเดียวบน ดอยผ้าห่มปก ฉันจองเต้นท์ผ่านเว็บไซต์ของอุทยานไว้ล่วงหน้าเนื่องจากมาเที่ยวช่วงหน้าหนาวเกรงว่าเต้นท์จะเต็ม แต่ถ้ามีเต้นท์ของตัวเองก็ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้  ที่นี่ไม่มีบ้านพัก และไม่มีอาหาร ต้องเตรียมมาเอง จะมีเพียงซุ้มเล็กขายมาม่า กาแฟโอวัลตินและน้ำร้อนของเจ้าหน้าที่เท่านั้น

ตื่นมาตั้งแต่ตีสามครึ่งล้างหน้าล้างตา เวลาที่เริ่มออกเดินทางประมาณตี 4 เพื่อให้ทันชมพระอาทิตย์ขึ้น การพิชิตยอดดอยผ้าห่มปกต้องเดินเท้าจากลานกางเต้นท์ไปอีก 3.5 ก.ม. รวมระยะทางไปกลับก็ประมาณ 7 กิโล ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง  การขึ้นไปยอดดอยจะต้องแจ้งทางอุทยานฯ  โดยจะจัดคนนำทางให้ 1 คน /กลุ่ม (กลุ่มหนึ่งไม่เกิน 10 คน)  นักท่องเที่ยวไม่ควรขึ้นไปเองค่อนข้างเสี่ยงต่อการหลงทาง เนื่องจากเส้นทางค่อนข้างมืดและชันควรพกไฟฉายไปด้วย ส่วนรองเท้าก็ให้พร้อมจะเป็นรองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าแบบสายรัดเท้าก็ได้   เส้นทางในช่วงแรกถ่ายภาพมาให้ชมตอนขากลับซึ่งสว่างแล้ว  ม่อนวัดใจ จุดนี้พวกเราเรียกว่า จุดหักเหของชีวิตว่าจะไปต่อหรือเดินกลับ เพราะม่อนนี้สมชื่อม่อนวัดใจจ ด้วยเส้นทางชันและแคบมาก ยิ่งเดินในอากาศที่แสนจะหนาวเหน็บตอนตี 4 อาจทำให้ถอดใจกลับได้ง่ายๆ เพราะส่วนใหญ่จะนึกว่าถ้าเส้นทางเป็นแบบนี้จนถึงยอดคงไปต่อไม่ไหวแน่ๆ คณะของฉันขึ้นกันมา 7 คน ถอดใจกลับกลางทางตรงม่อนวัดใจ 2 คน  ตัวฉันเองก็เกือบจะกลับไปด้วยเพราะไม่ได้มีการเตรียมตัวและเตรียมใจมาก่อนว่าต้องมาเดินขนาดนี้ แต่เมื่อมาถึงแล้วด้วยหน้าที่เราต้องเดินต่อไปเพื่อให้ถึงจุดหมาย
ขึ้นมาถึงยอดดอยผ้าห่มปกจนได้ มาพบกับพระอาทิตย์ท่ามกลางฟ้าสีฟ้าเข้มสวยงาม เสียงบ่น ความเหนื่อย และความหนาว เริ่มหายไป  การเดินทางของฉันถึงแม้จะได้เห็นภาพแบบนี้อยู่บ่อยครั้ง แต่ทุกครั้งที่ได้เห็นก็ยังคงตื่นเต้นและไม่รู้สึกเบีอที่จะมองและเก็บภาพความประทับใจในช่วงวินาทีนั้นกลับมา

เกือบ 8 โมงกว่าได้เวลาที่พวกเราต้องเดินทางกลับ  ทิ้งไว้เพียงรอยเท้า เก็บบันทึกไว้เป็นความทรงจำว่าครั้งหนึ่งพวกเราเคย ออกเดินทางฝ่าความเหน็บหนาวตอนตี 4 ด้วยกัน เพื่อพิชิตยอดดอยที่สูงอันดับ 2 ของ ประเทศไทย ดอยผ้าห่มปก

21 พฤษภาคม 2556

สัมผัสธรรมชาติ ท่องเที่ยวอุ่นใจที่แม่กลางหลวง ท่องเที่ยวเชียงใหม่


สัมผัสธรรมชาติที่ แม่กลางหลวง ท่องเที่ยวเชียงใหม่


วันนี้จะพาไปชมเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง ยิ่งเข้าฤดูท่องเที่ยวนาข้าวขั้นบันได นักท่องเที่ยวต่างมุ่งหน้าไปที่นั่นถ้าเอ่ยชื่อคงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก แม่กลางหลวง จังหวัดเชียงใหม่ สถานที่ที่สวยงาม และสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่อบอุ่น

แม่กลางหลวง
ฉันมาที่นี่เกือบทุกปี ไม่มุ่งหน้ามาโดยตรงก็แวะเข้ามาชมบรรยากาศ แม่กลางหลวง ที่เที่ยวเชียงใหม่ในวันนี้คงไม่ต้องอธิบายมากว่ามีอะไร แน่นอนมาที่นี่ต้องมาชมบรรยากาศของนาข้าวขั้นบันไดเที่ยวเชียงใหม่ สัมผัสความบริสุทธิ์ของธรรมชาติและวิถีชีวิตชาวบ้าน ซึ่งหลายคนอาจโหยหาและหาไม่ได้จากความเป็นเมือง ถึงแม้ว่าการกลับมาอีกครั้งจะเห็นความเปลี่ยนไปมากในเวลาอันรวดเร็ว มีร้านค้าที่พักเพิ่มขึ้น แต่สำหรับฉันแม่กลางหลวงยังมีความเป็นธรรมชาติ ผู้คนใจดีอบอุ่นเช่นเคย โดยปกติฉันจะพักกระท่อมปลายนาด้านล่าง ซึ่งเจ้าของที่พักคือ พี่สมศักดิ์ผู้บุกเบิกแม่กลางหลวงจนเป็นที่รู้จัก แต่ครั้งนี้ขอเปลี่ยนบรรยากาศมาพักอีกแห่งหนึ่ง เพราะเห็นว่าวิวสวยดีสามารถมองเห็นนาข้าวขั้นบันไดได้ในมุมสูงที่พักชื่อ แม่กลางหลวงวิว

แม่กลางหลวง

กาแฟสดที่ถูกบดออกมาเป็นผงจากเครื่อง  ด้วยความที่เป็นคนไม่กินกาแฟเลยไม่รู้ว่าแบบไหนที่เรียกวาหอมอร่อย ได้ยินแต่พี่ที่มาด้วยบอกว่า กาแฟที่นี่หอมดี เป็นกาแฟพันธุ์อาราบิก้าชั้นดี
แค่เราก้าวเข้ามาในร้านปุ๊บ พี่สมศักดิ์ก็จะรีบรินกาแฟใส่แก้วให้เราชิมฟรี พี่สมศักดิ์เล่นมุขว่า กาแฟของแกเป็นกาแฟมือถือค่ายไหนก็กินได้ ฉันแอบงงเล็กน้อยมือถือและค่ายไหนเกี่ยวอะไรกับกาแฟ สุดท้ายเฉลยว่า “ หมายถึงถ้าซื้อกาแฟจะแถมถุงชงโดยใช้มือถือถุงจากนั้นใส่กาแฟชงเองได้ทุกคน ไม่ต้องมีเครื่องบดแค่มีน้ำร้อนก็กินกาแฟของแกได้แล้ว ว่าแล้วมือก็หยิบถุงชงกาแฟให้เราดูน่ารักเลยทีเดียว เสียดายไม่ได้ถ่ายภาพมาให้ชม

แม่กลางหลวง


ติดตามเรื่องราวจังหวัดเชียงใหม่ได้ที่: http://travel.sanook.com/thailand/chiangmai/
เรียบเรียง : http://chiangmainice.blogspot.com/

20 พฤษภาคม 2556

ปางช้าง-ท่าแพแม่ตะมาน ที่เที่ยวเชียงใหม่


ปางช้าง-ท่าแพแม่ตะมาน ที่เที่ยวเชียงใหม่ 

ปางช้าง-ท่าแพแม่ตะมาน เปิดบริการทุกวัน มีการแสดงของช้างแสนรู้ โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 9.30 น. มีบริการนั่งช้างชมธรรมชาติ - นั่งเกวียน - ชมหมู่บ้านชาวเขา
ทานอาหารในบรรยากาศริมแม่น้ำ หรือล่องแพไม้ไผ่ไปตามลำน้ำแม่แตง

บรรยากาศปางช้าง ท่องเที่ยวเชียงใหม่


ช้างจะพาเดินไปตามทางในหมู่บ้านไปจนถึงทะลุทุ่งนาด้านหลัง ชมวิว ชมวิถีชีวิตชาวบ้านแถวๆนั้นไปตามทาง

ต้องเตรียมเงินแบ๊งค์ย่อยๆ ติดตัวไปคอยซื้อกล้วย/อ้อยเลี้ยงช้าง ที่ชาวบ้านเขามาปลูกร้านไว้ดักเราระหว่างทางเป็นระยะ ๆค่ะ ....ไม่ซื้อก็ไม่ได้ เพราะช้างมันจะไม่ยอมเดิน มันอยากกิน....

แล้วเขาจะพาเรามานั่งเกวียนต่อไปเพื่อกลับไปยังปางช้าง เข้ารับประทานอาหารกลางวันที่เขาจัดไว้เป็นบุฟเฟ่ต์ ...อาหารที่เขาจัดเตรียมไว้ให้ เป็นอาหาไทยง่ายๆ ส่วนเครื่องดื่มต้องซื้อเพิ่มเติม
ค่ะ อิ่มดี พร้อมแล้ว ลงแพไม้ไผ่ล่องไปตามลำน้ำ ใครมีร่มก็ควรเอาติดตัวไปนะคะ เพราะแดดร้อน แต่เขาจะมีหมวกให้ยืมใส่ ... พอขึ้นจากแพก็จะมีรถมารับพวกเรากลับไปที่ปางช้างค่ะ
เส้นทางนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆให้สนุกสนานกันได้อีก เช่น กิจกรรมห้อยโหนไปตามยอดไม้ ขับรถวิบากATV หรือล่องแก่งน้ำเชี่ยวด้วยแพยาง พวกเรายังติดใจไม่กลับ ขับรถลึกเข้าไปตามถนน จะดูหน่อยซิว่ายังมีอะไรอีก
....ทำให้เรามาพบกับวัดเล็กๆที่เก่าแก่วัดหนึ่ง ชื่อวัดเมืองกึ้ด เนื่องจากขณะที่ขับรถมาตามทาง สามารถมองเห็นยอดเจดีย์สีทองเป็นสง่าอยู่บนเขาตามคำบอกเล่าจากท่านเจ้าอาวาสและป้ายอธิบายความเป็นมา พบว่าวัดนี้ เคยเป็นบริเวณที่ตั้งทัพของสมเด็จพระนเรศวรฯ เมื่อตอนยกทัพมาตีเมืองเหนือ ท่านได้ทรงสร้างวัดแห่งนี้ไว้ และต่อมา ก็มีเหตุการณที่ทำให้มีผู้มีจิตศรัทธาได้มาทำการบูรณะศาสนสถานแห่งนี้ให้ดำรงอยู่

... รู้สึกดีจังเลยค่ะ ที่เราได้มาพบ"ช้างเผือก"เข้าโดยบังเอิญ ท่านเจ้าอาวาสบอกว่า พวกเราอาจเคยมีความเกี่ยวข้องกันในอดีต จึงทำให้ได้กลับมากราบไหว้สักการะท่าน และร่วมทำบุญ ณ สถานที่แห่งนี้อีกก็ได้ ...
วัดเมืองกึ้ด วัดเก่าแก่



ติดตามเรื่องราวจังหวัดเชียงใหม่ได้ที่: http://travel.sanook.com/thailand/chiangmai/
เรียบเรียง : http://chiangmainice.blogspot.com/

15 พฤษภาคม 2556

WISH US LUCK ขอให้เราโชคดี ที่เมเจอร์เชียงใหม่


WISH US LUCK ขอให้เราโชคดี  ที่เมเจอร์เชียงใหม่



 ฉายที่จังหวัดเชียงใหม่...ชาวเชียงใหม่หรือท่านที่ไปท่องเที่ยวเชียงใหม่ ไปแวะชมกันด้วยนะครับ

ท่องไปในขบวนรถไฟสายภาพยนตร์กับ Wish Us Luck
หมุดหมายแรกๆ ของประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ คือ ผลงานของพี่น้องลูมีแยร์ที่บันทึกภาพขบวนรถไฟขณะกำลังวิ่งเข้าจอดยังชานชาลา
ประสบการณ์ของคนดูหนังในยุคนั้น จึงได้แก่ การจ้องมองรถไฟกำลังวิ่งเข้าหาตนเองจากจอภาพยนตร์
เมื่อรถไฟถูกเราจ้องมอง ยานพาหนะประเภทนี้จึงมีสถานะเป็น ‘วัตถุ’ ที่แยกขาดออกจาก ‘ตัวเรา’ ทั้งในฐานะ ‘คนทำหนัง’ ซึ่งมองภาพรถไฟผ่านกล้องถ่ายภาพยนตร์ และ ‘คนดูหนัง’ ซึ่งนั่งมองภาพรถไฟวิ่งอยู่ในจอ
กลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้ชมหนังสารคดีเรื่อง Wish Us Luck หรือ ‘ขอให้เราโชคดี’ ฝีมือการกำกับของ วรรณแวว-แวววรรณ หงษ์วิวัฒน์ พี่น้องฝาแฝดที่เคยสร้างผลงานน่าจดจำไว้หลายชิ้นในเวทีการประกวดภาพยนตร์สั้นของมูลนิธิหนังไทย
วรรณแวว-แวววรรณเดินทางไปศึกษาต่อที่อังกฤษและเลือกทำงานจบเป็นหนังสารคดีบันทึกการเดินทางกลับบ้านด้วยรถไฟจากลอนดอนมาถึงกทม. ภายในระยะเวลา 1 เดือน
โดยมีฝรั่งเศส, เยอรมนี, รัสเซีย, มองโกเลีย, จีน, เวียดนาม และลาว เป็นทางผ่าน
ทั้ง ‘รถไฟ’ และการทำงาน ‘ภาพเคลื่อนไหว’ ล้วนแสดงให้เห็นว่า Wish Us Luck ได้รับมรดกตกทอดมาจากภาพยนตร์ยุคแรกเริ่มแน่ๆ
แต่ภาพยนตร์ของวรรณแวว-แวววรรณก็มีจุดต่างจากผลงานของบรรพบุรุษอย่างสำคัญ
กล่าวคือ สองพี่น้องหงษ์วิวัฒน์ไม่ได้จัดวางตำแหน่งแห่งที่ของตนเองและคนดูให้เป็นฝ่ายจ้องมอง ‘รถไฟ’ ในฐานะวัตถุที่แยกขาดออกจากตัวพวกเขา/เธอ
ตรงกันข้าม คนทำหนังกลับร่วมเดินทางไกลไปกับขบวนรถไฟ ยานพาหนะชนิดนี้จึงค่อยๆ หลอมรวมเข้ากับ ‘อัตวิสัย’ ของพวกเธอ ขณะที่คนดูหนังซึ่งเฝ้าชมการเดินทางของคู่แฝดอย่างใกล้ชิด ก็มิได้มองเห็นรถไฟเป็น ‘วัตถุวิสัย’ ที่ดำรงอยู่อย่างแปลกแยกหรือเหินห่างจากมนุษย์
หากพิจารณาในแง่ ‘ความเป็นภาพยนตร์’ สารคดีของวรรณแวว-แวววรรณก็มีความพยายามที่จะยั่วล้อกับ ‘บรรทัดฐานดั้งเดิมของความเป็นภาพยนตร์’ อยู่มากพอสมควร
ดังจะเห็นได้จากลูกเล่นหลายต่อหลายครั้งที่สองพี่น้องย้ำให้ผู้ชมตระหนักว่านี่เป็นหนังนะ นี่ถูกถ่ายทำขึ้นมานะ นี่เป็นเรื่อง ‘เฟค’ นะ ฯลฯ
ด้วยเหตุนี้ สิ่งที่คนดูหนังเรื่อง Wish Us Luck กำลังจ้องมองอยู่จึงมิใช่ภาพเคลื่อนไหวที่จริงใจ ปราศจากการปรุงแต่ง และเป็นธรรมชาติอันบริสุทธิ์ ดังที่ภาพยนตร์ของพี่น้องลูมีแยร์มักถูกเข้าใจเช่นนั้น
เมื่อพิจารณาในแง่ความเป็นหนังแนวโร้ดมูวีที่มักลงรอยกับโครงเรื่องว่าด้วย ‘พิธีกรรมการเปลี่ยนผ่าน’ หรือ การเติบโต-เรียนรู้ เพื่อก้าวข้ามเข้าสู่อีกช่วงวัยหนึ่ง
‘ขอให้เราโชคดี’ ก็ได้ผ่อนคลายตัวเองจากกรอบดังกล่าวอย่างชัดเจน แต่ใช่ว่าหนังสารคดีเรื่องนี้จะปราศจากเรื่องราวใดๆ เลย
เพราะหนังสามารถถ่ายทอดประสบการณ์ของการได้พบเห็นในสิ่งที่บรรดานักเดินทางไกลไม่เคยคาดคิดว่าพวกตนจะมีโอกาสพบเจอ ออกมาได้อย่างสนุกสนานชวนติดตาม
(หนึ่งในช่วงที่ดีมากของหนังเรื่องนี้ คือเหตุการณ์ที่มีหนุ่มต่างชาติมาจีบหนึ่งในสองสาว)
ขณะเดียวกัน หนังก็สลัดตัวเองออกจากอารมณ์โรแมนติก เมื่อพี่น้องสองสาวไม่ได้พยายามฟูมฟายหรือทำความเข้าใจลึกซึ้งกับเมืองต่างๆ ที่พวกเธอเดินทางผ่านเพียงชั่วขณะสั้นๆ อย่างมากล้นเกินเลย
วรรณแวว-แวววรรณทำลายความฝันแสนหวานเกี่ยวกับหอไอเฟล, บันทึกแง่มุมที่ไม่จำเป็นต้องถูกจดจำของเบอร์ลิน และไม่ได้พยายามมีความสุขหรือเรียนรู้ไวยากรณ์ของเสียงแตรรถในฮานอย
แต่คู่แฝดนักทำหนังก็สามารถถ่ายทอดอารมณ์ลึกซึ้งกินใจออกมาในช่วงที่พวกเธอคุยโทรศัพท์ทางไกลกับคุณยาย และตั้งคำถามเรื่องประชาธิปไตยกับเพื่อนชาวจีนที่ปักกิ่งได้อย่างแหลมคม
‘Wish Us Luck – ขอให้เราโชคดี’ จึงเป็นบันทึกภาพเคลื่อนไหวของนักทำหนัง 2 คนที่เก็บเกี่ยวเรื่องราวรายทางได้อย่างมีสีสันและท้าทายขนบบางประการของโลกภาพยนตร์
เมื่อวรรณแวว-แวววรรณเดินทางกลับถึงบ้านเกิด หนังเรื่องนี้ก็จบตัวเองลงท่ามกลางความพร่าเลือน เช่นเดียวกับที่เราไม่อาจรู้ได้ว่าขบวนรถไฟของโลกภาพยนตร์จะเดินทางไปไหนอีกในอนาคต
ทว่าอย่างน้อย คนดูคงพอตระหนักได้ว่า ‘ขบวนรถไฟ’ สายนี้ เดินทางมาไกลจากจุดเริ่มต้นมากแล้ว

รอบฉาย Wish Us Luck ที่เมเจอร์เชียงใหม่

16 - 17 พค.  หนังฉายรอบ 20.00 น.
18 - 19 พค.  หนังฉายรอบ 15.00 น. และ 20.00 น.

พิเศษ! ขอเชิญพูดคุยกับผู้กำกับหลังหนังจบ ในวันที่ 18 พค. รอบ 15.00 น. และ 20.00 น.

ติดตามเรื่องราวจังหวัดเชียงใหม่ได้ที่: http://travel.sanook.com/thailand/chiangmai/
เรียบเรียง : http://chiangmainice.blogspot.com/

14 พฤษภาคม 2556

ตำแหล สาขาจังหวัดเชียงใหม่


ตำแหล สาขาจังหวัดเชียงใหม่



สารพัดเมนูตำรสแซบเวอร์ ที่ “เซ็นทรัลแอร์พอร์ต”
ถือเป็นแหล่งรวมความอร่อยอีกแห่งหนึ่ง สำหรับทุกท่านที่มาเที่ยวเชียงใหม่“ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต” ซึ่งที่นี่มีความอร่อยให้สัมผัสกันหลากหลายมากแนว ตั้งแต่อาหารพื้นเมืองเรื่อยไปจนถึงอาหารจากต่างประเทศ
และวันนี้ เซ็นทรัลฯแอร์พอร์ต ขอนำเสนอร้านอาหารของคนรักความแซบ กับ “ตำแหล” โดย เอ ศุภชัย เอ – ศุภชัย ศรีวิจิตร ผู้จัดการดารามือทองทั้ง อั้ม – พัชราภา , เคน – ภูภูมิ และอีกหลายต่อหลายคน แบ่งคิวดาราหันมาเปิด “ตำแหล” อีกหนึ่งสาขา ณ ชั้น 4 โซนลิฟท์แก้ว ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่ แอร์พอร์ต
ซึ่งที่นี่มีเมนูรสแซบมานำเสนอมากมาย ไม่ว่าจะเป็น “ซุปตาร์ทอด” หมู-เนื้อแดดเดียวทอด ที่มากับสมุนไพรทอดมากมาย , “ปีกไก่ทอดน้ำปลา” ปีกไก่คุณภาพดี ทอดออกมาในแบบฉบับกรอบนอกนุ่มใน , “ตำผลไม้รวม” เมนูรสแซบที่มาพร้อมกับผลไม้มากมายหลากหลายชนิด , “ตำแหล” เมนูประจำร้าน ที่คุณเอรังสรรค์ขึ้นมาเอง กับส้มตำแปลกใหม่ที่มีส่วนผสมของหอย ปลากรอบ หมูยอ เส้นขนมจีน(วุ้นเส้น) ถั่วฟักยาว ถั่วงอก และกากหมู เป็นต้น , “ตำปูม้ากุ้งสด” ส้มตำที่เอาใจคนรักอาหารทะเลกับปูม้าสดๆ และกุ้งสดๆตัวโต , “ไก่อบโอ่ง” ไก่เนื้อนุ่ม หนังเกรียมกำลังดี รสกลมกล่อม ทานกับน้ำจิ้มแจ่ว และทั้งคอหมูอบโอ่ง , ตำโคราช , ปลาทอดกระเทียม , ยำแซบมินิ และตำกระเทย (ใส่ไข่ดาว) เป็นต้น
โดยเมนูทั้งหมดทั้งมวลนี้ คุณเอ ใส่ใจในทุกขบวนการ ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบเกรดเอ ขั้นตอนการปรุง และใส่จานเสิร์ฟ ซึ่งท่านใดสนใจก็แวะมากันได้ทุกวัน ในเวลาเปิด-ปิดห้าง

น่ารับประทานมาก!! 

ไก่ย่างจานเด็ด!



ติดตามเรื่องราวจังหวัดเชียงใหม่ได้ที่: http://travel.sanook.com/thailand/chiangmai/
เรียบเรียง : http://chiangmainice.blogspot.com/

13 พฤษภาคม 2556

ร้านกาแฟ ชั้น ๑ คาเฟ่ แอนด์ เบ๊ดส์ เที่ยวเชียงใหม่


ร้านกาแฟ ชั้น ๑ คาเฟ่ แอนด์ เบ๊ดส์  จังหวัดเชียงใหม่ 

              ร้านกาแฟชั้น ๑ คาเฟ่ and beds ร้านกาแฟสบายๆชั้น 1 เป็นร้านกาแฟ ชั้น 3 เป็นที่พัก ชอบไอเดียของร้านมากเลยอะ ตอนแรกที่ได้ยินชื่อร้านคิดว่าน่าจะเป็นร้านไฮโซแบบหรูๆเว่อ first class อะไรประมาณนั้น ชั้น ๑ เนี่ยคือ ร้านกาแฟจะอยู่ชั้นแรก แล้วก็ชั้น ๑ อีกความหมายนึงก็คือ ดูแลกันแบบชั้น ๑ เลย พี่เจ้าของร้านกันเองมากๆ เหมือนกับว่าถ้ามาที่นี่ก็เหมือนกับว่ามาเที่ยวที่บ้านเพื่อนเลย ^^ อย่างเวลาที่เราไปเที่ยวบ้านเพื่อนแบบว่าถ้าคืนไหนดึกแล้ว กลับบ้านไม่ไหว เราก็นอนบ้านเพื่อนได้เลย ที่ชั้น ๑ คาเฟ่แอนด์เบ้ดส์ เค้าก็ได้จัดชั้น ๓ ไว้เป็นที่พักแบบ backpacker ,hostel ใครที่ชอบเที่ยว ชอบแบบหนุก ลุยๆ แนวหาเพื่อนเที่ยวหาเพื่อนคุย ที่นี่เลยชั้น ๑

ภาพบรรยากาศโดยรวมของร้าน ที่เที่ยวเชียงใหม่

ร้านอยู่ถนนนิมมานซอย 1 เข้าซอยมา ตรงมาเรื่อยๆประมาณกลางๆซอย ร้านจะอยู่ทางขวามือ มีต้นไม้ร่มๆหน้าร้าน ร้านบรรยากาศดีเลย มีโซนใต้ต้นไม้หน้าร้าน ส่วนในร้านตกแต่งหลายๆแนวๆ มีที่นั่งหลายๆแบบ ทั้งชั้น ๑ และชั้น ๒ เหมาะกับมานั่งสนุกๆคุยสบายๆ ชิลๆ หรือนั่งทำงาน เล่นเนตก็ได้ มีี wireless ฟรีครับ
Concept ของร้านคือ Coffee, Design, Art, Wine, Beer, Music ,Beds  ดื่ม Coffee อร่อยๆ มีงาน Design & Artสวยๆ ฟัง Music สบายๆ ส่วนช่วงดึกทางร้านมี Beer , Wine และ เหล้าอิตาเลี่ยนโซดาด้วย ได้บรรยากาศสบายๆกันเอง คุยกับเพื่อนๆ พี่ๆเจ้าของร้าน ถ้าใครง่วงไม่ไหวก็ต่อด้วย Beds ได้เลย :)
chocolate ร้อนอร่อยมากเลย เค้าจะใส่ chocolate ชิ้นนึงลงไป (ลองดูในรูปได้นะ) ละแบบว่าจิบไป เอาไม้คนๆจะได้ช็อคโกแลตหวานๆเหนียวนุ่มๆ อร่อยดี
มีบริการเติมลมจักรยานด้วยนะ ครั้งละ 1 บาท หรือจะไม่จ่ายก็ได้ :D ฮ่าๆ ในร้านมี fixed-gear คันสวยเลยของพี่เค้า มีหนังสือให้อ่านด้วยนะ ใครชอบยางแบนก็แวะมาเติมลมได้นะ

คลิปวิดิโอแนะนำร้าน



ภายในร้าน บรรยากาศสบายๆ น่านั่ง

วันที่เปิด : MON,TUE,WED,THU,FRI,SAT,SUN
เวลาเปิด-ปิด : 10:00 - 23:00
ราคา ต่อมื้อ ต่อคน ประมาณ 40 - 150 บาท
โทร : 081-8855822 , 088-4934379
นิมมานเหมินทร์ ซอย 1 กลางซอย ขวามือ



ติดตามเรื่องราวจังหวัดเชียงใหม่ได้ที่: http://travel.sanook.com/thailand/chiangmai/
เรียบเรียง : http://chiangmainice.blogspot.com/

12 พฤษภาคม 2556

เฮือนจันทร์เป็ง ร้านอาหารเหนือ จังหวัดเชียงใหม่


เฮือนจันทร์เป็ง ร้านอาหารเหนือ จังหวัดเชียงใหม่


ร้านเฮือนจันทร์เป็ง ฟังจากชื่อแล้วไม่ต้องทายเลยครับว่าจะเป็นร้านอาหารประเภทไหน มันต้องเป็นอาหารเหนือแน่ๆ จากข้อมูลที่ได้รับ เห็นว่าร้านนี้อยู่สันกำแพง โอ้วววว ไกลใช่เล่นเหมือนกันนะเนี่ย แล้วก็ยังปิดเร็วอีก ดังนั้นวันธรรมดานี่ไปไม่ได้แน่ๆ ก็เลยจัดคิวและโทรนัดทางร้านเพื่อเข้าไปทำรีวิวในวันหยุด วันอาทิตย์ครับ และแล้วก็ถึงคิวของร้านเฮือนจันทร์เป็ง ที่จะได้ขึ้นรีวิวแล้ว

เฮือนจันทร์เป็ง ร้านอาหารเหนืออร่อยๆ แห่งเมืองสันกำแพง
ร่มรื่นน่านั่ง

ร้านนี้จะเป็นร้านในบ้าน เป็นร้านเล็กๆ มีโต๊ะนั่งไม่กี่ตัวครับ แต่ว่าลักษณะการตกแต่งร้านของเขาดูดีนะ มีเป็นสวนหย่อม ปลูกหญ้า มีต้นไม้ มีร่มตกแต่งให้ดูสวยงาม และน่านั่ง อีกทั้งยังมีโซนห้องแอร์ด้วย ซึ่งในห้องแอร์ก็จะมีพวกแจกันไม้มะม่วง หรือของตกแต่งบ้านตั้งโชว์พร้อมขาย ตอนที่น้าอ้วนไปที่นี่เขามีฝอยละอองน้ำด้วย มันเลยทำให้บรรยากาศในร้านลดความร้อนไปได้เยอะเลยทีเดียว
เฮือนจันทร์เป็ง ร้านอาหารเหนืออร่อยๆ แห่งเมืองสันกำแพง
บรรยากาศร้านอาหารเชียงใหม่

จะบอกให้ว่าที่นี่ยังไม่มีเมนูเป็นทางการ (หมายถึงเมนูแบบเล่ม) แต่ก็พูดถึงว่าเมนูอาหารของที่นี่เขามีไม่กี่อย่างครับ ก็เป็นอาหารพื้นบ้านของเรา อย่างข้าวซอยหมู ข้าวซอยเนื้อ ขนมจีนน้ำเงี้ยว ก๋วยเตี๋ยวหลอด ส้มตำผลไม้ อะไรเงี้ยของกินง่ายๆ แต่เห็นว่ากำลังจะเพิ่มก๋วยเตี๋ยวเข้ามาในเมนูด้วย ส่วนเรื่องราคาหายห่วง มีตัง 100 บาท อิ่มได้เป็น 2 คน เพราะราคาอาหารที่นี่ 20, 30 บาทเท่านั้นเอง
เฮือนจันทร์เป็ง ร้านอาหารเหนืออร่อยๆ แห่งเมืองสันกำแพง
น่าอร่อยสุดๆ มาเที่ยวเชียงใหม่ แวะมาทานด้วยนะครับ

สำหรับใครที่อยากจะลองแวะมาทานอาหาร ข้าวซอย ขนมจีน หรือก๋วยเตี๋ยวหลอด ที่ร้านเฮือนจันทร์เป็ง ทางมาอาจจะไกลสักหน่อย (สำหรับคนที่อยู่ในตัวเมือง) แต่เท่าที่พูดคุยกับเจ้าของร้าน หลายๆ ท่านที่อยู่ในเมืองก็แวะเวียนมาอุดหนุนกันเป็นประจำครับ รสชาติอาหารของที่นี่เขาถือว่าอร่อยเลยแหละ แถมราคาถูกอีกด้วย สำหรับเรื่องเวลาปิด เฮือนจันทร์เป็งจะปิดเร็วสักหน่อย ก็เพราะว่าสถานที่ตั้งมันไม่ใช่แหล่งที่ผู้คนจะมาเดินพลุกพล่าน มันเป็นแหล่งของชุมชน บ้านคน ตกเย็นมาก็ต้องยอมรับว่าคนสัญจรจะน้อย ก็เลยปิดร้านเร็วหน่อยครับ



ติดตามเรื่องราวจังหวัดเชียงใหม่ได้ที่: http://travel.sanook.com/thailand/chiangmai/
เรียบเรียง : http://chiangmainice.blogspot.com/

10 พฤษภาคม 2556

น้ำตกแม่กลาง สายน้ำเย็นฉ่ำ ที่เที่ยวเชียงใหม่


น้ำตกแม่กลาง สายน้ำเย็นฉ่ำ ที่เที่ยวเชียงใหม่

น้ำตกแม่กลางเป็นจุดแรกของประตูเข้าสู่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ สายน้ำอันเย็นฉ่ำที่ตกผ่านหน้าผาขนาดใหญ่ น้ำตกจากหน้าผาสูงประมาณ 100 เมตร ไหลพวยพุ่งมาสู่โกรกเขา ซึ่งเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ มีชื่อว่า วังน้อยและวังหลวง ในช่วงฤดูฝนน้ำไหลแรงและขุ่นข้นมาก น้ำในแอ่งลึกมาก หากถูกกระแสน้ำปะทะก็อาจจะตกลงไปในแอ่งน้ำ ซึ่งมีน้ำไหลเชี่ยวกราก นักท่องเที่ยวควรระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยของตนเอง

บรรยากาศน้ำตกแม่กลาง ที่เที่ยวเชียงใหม่
การเดินทาง
ทางอุทยานฯ ทำเส้นทางท่องเที่ยวเชียงใหม่เดินเท้าให้นักท่องเที่ยวดินลัดเลาะไปยังศูนย์บริการนักทอ่งเที่ยว ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากน้ำตกแม่กลาง 400 เมตร ผ่านศาลาพักริมน้ำตก ซึ่งครั้งหนึ่ง บริเวณนี้เคยสร้างเป็นพลับพลาที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เมื่อครั้งเสด็จประพาสเชียงใหม่ เมื่อปี พ.ศ.2501 ผ่านภาพเขียนสีผาคันนา ซึ่งแฝงตัวอยู่บนหน้าผาหินปูนขนาดใหญ่ มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ต้องนำน้ำไปราดบนหน้า ภาพเขียนจึงจะปรากฏให้เห็น เวลาเข้าไปดูต้องระมัดระวัง รังต่อ รังแตนและรังผึ้งที่อาศัยอยู่บนหน้าผาด้วย หลังจากนั้นจะเดินขึ้นไปชมทิวทัศน์สายน้ำน้ำตกแม่กลางที่ศาลาเทพพิทักษ์ ก่อนไปยังศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ก็ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที

สายน้ำเย็นฉ่ำ น่าไปเที่ยวเชียงใหม่

ด่านเก็บค่าเข้าชม จากตรงนี้เดินไปตัวน้ำตกระยะทางประมาณ 200 เมตรเอง เดินตามถนนไปเรื่อยๆ ไม่เหนื่อยไม่ลำบาก หน้าช่องเก็บค่าเข้าชมมีศาลาข้อมูลที่ควรทราบของสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจบนดอยอินทนนท์แห่งนี้ อย่างเช่น น้ำตกวชิรธาร ยอดดอยอินทนนท์ พระมหาธาตุนภเมทนีดลและพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ เป็นต้น
เดินชมธารน้ำตกแม่กลาง ระหว่างทางเดินไปที่น้ำตกแม่กลาง จะเป็นเส้นทางเลียบลำธารที่ไหลลงมาจากน้ำตกไปเรื่อยๆ กระแสน้ำในวันนี้ไหลเชี่ยวอันตรายมาก ไม่มีนักท่องเที่ยวเล่นน้ำให้เห็นเลย คงห้ามลงเล่นด้วยเหมือนกัน
 บรรยากาศทางเดินน้ำตกแม่กลาง เส้นทางราบเรียบเดินสะดวกสบายบรรยาศชุ่มเย็นเป็นใจให้กับนักท่องเที่ยว



ติดตามเรื่องราวจังหวัดเชียงใหม่ได้ที่: http://travel.sanook.com/thailand/chiangmai/
เรียบเรียง : http://chiangmainice.blogspot.com/

9 พฤษภาคม 2556

เที่ยวเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ต้อนรับสมาชิกใหม่ลูกเสือโคร่งขาว


เที่ยวเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ต้อนรับสมาชิกใหม่ลูกเสือโคร่งขาว


เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ที่เที่ยวเชียงใหม่ให้การต้อนรับสมาชิกใหม่ ลูกเสือโคร่งขาว สัตว์ป่าหายากที่เหลืออยู่ในโลกเพียง 300 ตัวเท่านั้น พร้อมเชิญชวนชาวไทยร่วมชมความน่ารักของลูกโคร่งขาวสัตว์ป่าหาชมยากนี้
เมื่อวันที่ 4 พ.ค.56 ที่เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ได้จัดงานแถลงข่าวต้อนรับสมาชิกใหม่ ลูกเสือโคร่งขาว 2 ตัวเพศผู้และเพศเมีย สัตว์ป่าหายากที่เหลืออยู่ในโลกเพียง 300 ตัวเท่านั้น พร้อมเชิญชวนชาวไทยร่วมชมความน่ารักของลูกโคร่งขาวสัตว์ป่าหาชมยากนี้

Attached Image: image.jpg
ภาพน่ารักๆของลูกเสือโครง

ดร.ศราวุฒิ ศรีศกุน ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาพิงคนคร(องค์การมหาชน) เปิดเผยว่า เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีได้รับสมาชิกใหม่เป็นลูกเสือขาวจำนวน 2 ตัว ซึ่งเป็นเพศผู้และเพศเมีย ที่เกิดจากพ่อเพชรและแม่พลอย ที่ส่วนจัดแสดงนอร์ทโซน เมื่อวันที่ 21 เม.ย.56 ที่ผ่านมา โดยนับเป็นเสือโคร่งขาวของไนท์ซาฟารีตัวที่ 19 และ 20 ในปัจจุบัน ซึ่งตอนนี้เสือโคร่งขาวในไนท์ซาฟารีเป็นเพศผู้ 11 คนและเพศเมีย 9 ตัว โดยกระจายในส่วนจัดแสดงต่างๆโดยการต้อนรับสมาชิกใหม่ครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ที่มีโอกาสมอบสิ่งดีๆให้เยาวชนและชาวไทยได้มาเรียนรู้ศึกษาและสัมผัสความน่ารัก ซึ่งนับวันจะมีน้อยลงทุกที
ลักษณะทั่วไปของเสือโคร่ง มีรูปร่างเหมือนเสือโคร่งปกติ ซึ่งมีขนพื้นสีขาวและลายสีน้ำตาลเข้ม ม่านตาสีฟ้า จมูกสีชมพูและสีขาวครีม เสือขาวเกิดจากการผิดปกติของยีนไม่ใช่เสือโคร่งเผือกแท้ แต่เป็นอาการผิดปกติที่ผิวหนังมีจำนวนเม็ดสีน้อย มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดีย เป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์พบได้น้อยมากในธรรมชาติ  ปัจจุบันมีเสือโคร่งขาวประมาณ 200 - 300 ตัว ส่วนใหญ่กระจายอยู่ตามสวนสัตว์ต่างๆโดยเสือโคร่งขาวจะผสมพันธุ์เมื่อมีอายุประมาณ 3 ปี เป็นสัดนานประมาณ 3 - 6 วัน ผสมพันธุ์ได้เมื่อมีอายุ 30 - 36 เดือนขึ้นไป ผสมพันธุ์ได้ตลอดปี ตั้งท้องนาน 95 - 105 วัน ออกลูกครั้งละ 2 - 5 ตัว

Attached Image: image.jpg
 ภาพลูกเสือโครงน้อย น่ารัก จังหวัดเชียงใหม่

ติดตามเรื่องราวจังหวัดเชียงใหม่ได้ที่: http://travel.sanook.com/thailand/chiangmai/
เรียบเรียง : http://chiangmainice.blogspot.com/

7 พฤษภาคม 2556

แนะนำ ร้านอาหารเชียงใหม่


แนะนำ ร้านอาหารเชียงใหม่

อร่อยหลากสไตล์ ณ ลากริต้า อมารีรินคำ จังหวัดเชียงใหม่


อาหารหลากรส ที่กินเชียงใหม่

อร่อยหลากสไตล์ ณ ลากริต้า อมารีรินคำ
โรง แรมอมารีรินคำ ที่เที่ยวเชียงใหม่ ย่านนิมมานเหมินทน์ เป็นโรงแรมที่อยู่คู่เมืองเชียงใหม่มาอย่างช้านาน สร้างตำนานเล่าขานเป็นที่ลือชามากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ห้องอาหาร ลากริต้า (La Gritta)ห้องอาหารลากริต้า เป็นห้องอาหารหลักของโรงแรม ในสไตล์อิตาเลี่ยน ที่เป็นอิตาเลี่ยนแห่งแรกๆของเมืองเชียงใหม่ ที่เคยรับรองแขกคนสำคัญมาแล้วมากมาย ตลาดเวลาที่ห้องอาหารดำเนินการและในทุกวันนี้ ห้องอาหารลากริต้า ก็ยังคงบริการความอร่อยเช่นเดิม โดยจัดให้อร่อยทั้งในมื้อกลางวันและมื้อเย็น ในเวลา 11.30- 14.00 น. และ 18.30 - 22.00 น.โดยในมื้อกลางวัน ที่นี่จะบริการความอร่อยในแบบฉบับบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติหลากสไตล์ ส่วนในมื้อเย็น จะบริการความอร่อยแบบ A La Carte
ในมื้อกลางวันนั้น ทางห้องอาหารมีเมนูมานำเสนอมากมาย เสริมด้วยรายการพิเศษประจำวัน ทุกวัน ที่ใน ?วันจันทร์? เสนอเมนูบำรุงสุขภาพ กับสลัดผักจากโครงการหลวง ยำผลไม้ ขนมหวานไขมันต่ำ น้ำสมนุไพร และน้ำผลไม้ปั่น ใน ?วันพุธ? เอาใจคนรักเส้น กับเมนูเส้นหลากหลาย ทั้งพาสต้าแบบยุโรป ข้าวซอย ก๋วยเตี๋ยว ขนมจีน และอีกสารพันเส้น
ส่วนใน ?วันศุกร์? มีมุมอาหารล้านนา มาเติมความอร่อย กับ แกงฮังเล แหนม หมูยอกับน้ำพริกหนุ่ม ข้าวเงี้ยว และขนมจีนน้ำเงี้ยว
และ ใน ?วันอาทิตย์? จัดให้อร่อยกับการเรียนรู้ของเด็กๆ ที่เปิดห้องอาหารให้กลายเป็นห้องเรียนของเด็กๆ ที่มีอายุระหว่าง 1 - 12 ปี ได้เรียนในเรื่องของอาหาร เพื่ออนาคตจะได้ก้าวมาเป็น ?เชฟเกรดเอ
และ สำหรับในมื้อเย็นที่จัดให้สไตล์ A La Carte นั้น มีเมนูรสเลิศมาท้าลอง อาทิ เนื้อทูน่าราดซอสเห็ด, ข้าวอิตาเลี่ยนพร้อมปลาหิมะ และเพนเน่ซอสเบค่อนชีส เป็นต้น
...โรงแรมอมารีรินคำ เชียงใหม่ ถนนนิมมานเหมินทน์ เชียงใหม่ 50200 โทร.0-5322-1130 และ 0-5322-1044 หรือ


อาหารฝรั่งเศสเลิศหรู ที่ ออร์แบ๊จ เที่ยวเชียงใหม่

อาหารน่าลิ้มลอง ที่กินเชียงใหม่

อาหารฝรั่งเศสเลิศหรู ที่ ออร์แบ๊จ เมืองเชียงใหม่
คน ที่ชื่นชอบอาหารยุโรป ได้ยกเอาบรรยากาศ และความอร่อยสไตล์ยุโรปมาตั้งไว้ ณ เมืองเชียงใหม่ ให้ชาวเชียงใหม่ บ้านใกล้เรือนเคียง และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างชาติได้ลิ้มชิมรสกันถึงที่ โดยไม่ต้องบินไปไกลถึงยุโรปซึ่งร้านอาหารยุโรปในเวียงพิงค์มีให้เลือกมากมาย หนึ่งในนั้นก็มี ภัตตาคารอาหารฝรั่งเศส ออร์แบ๊จ เชียงใหม่ รวมอยู่ด้วย
ที่ นี่เป็นภัตตาคารอาหารฝรั่งเศสน้องใหม่ ที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านปาล์มสปริง ถนนมหิดล มีบรรยากาศสไตล์ยุโรปหรูหรา และคลาสสิคให้สัมผัสกันตลอดทั้งวัน
พร้อม ทั้งยังมีเมนูฝรั่งเศสเลิศรสให้ลิ้มชิมรสกันอีกด้วย เมนูอาหารฝรั่งเศสของที่นี่จัดให้หลากแบบ ทั้งแบบเซทมื้อกลาง-ดินเนอร์ และตามสั่ง A La Carte สนนราคาสุดคุ้ม
โดยเมนูเด็ดของที่นี่ที่ขึ้นชื่อ ก็ได้แก่ เมนูสเต็กต่างๆ อาหารทะเล และตับห่านฝรั่งเศสทอด พร้อมทั้งเมนูของหวานสไตล์ยุโรปอีกมากมาย ซึ่งแต่ละเมนูล้วนแต่ใช้วัตถุดิบเกรดเอ ประกอบกับฝีไม้ลายมือการปรุงของเชฟมืออาชีพ จึงได้รสชาติที่อร่อยเด็ดออกมาเสิร์ฟให้คุณๆรับประทานกันถึงโต๊ะ
และนอกจากนี้สำหรับนักดื่มทั้งหลาย ที่นี่ยังมีไวน์และแชมเปญรสเยี่ยมให้เลือกจิบแกล้มอาหารอีกด้วย เป็นไวน์ที่คัดสรรมาอย่างดี จากหลากหลายประเทศ ทั้งโลกเก่าและโลกใหม่ อาทิ ไวน์จากชิลี แอฟริกาใต้ ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส อเมริกา และอื่นๆ อีกมากมายที่รับรองได้ว่าคอไวน์ทั้งหลายจะต้องถูกใจ
งานนี้สนใจแวะมากัน ได้ ภัตตาคารอาหารฝรั่งเศสออร์แบ๊จ เชียงใหม่ เปิดทำการทั้งมื้อกลางวัน และมื้อเย็นทุกวัน ในเวลา 11.30 - 14.00 น. และ18.00 - 22.30 น.
...ภัตตาคารอาหารฝรั่งเศสออร์แบ๊จเชียงใหม่
122 หมู่บ้านปาล์มสปริง ถ.มหิดล ต.หนองหอย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50000
โทร.0-5330-8388, 


ติดตามเรื่องราวจังหวัดเชียงใหม่ได้ที่: http://travel.sanook.com/thailand/chiangmai/
เรียบเรียง : http://chiangmainice.blogspot.com/

วัดเชียงมั่น วัดเก่าแก่สำคัญ เที่ยวเชียงใหม่



วัดเชียงมั่น วัดเก่าแก่สำคัญ เที่ยวเชียงใหม่

   วัดเชียงมั่น พุทธศาสนสถานอีกหนึ่งแห่ง ที่ถือได้ว่ามีความสำคัญสำหรับชาวเชียงใหม่เป็นอย่างยิ่ง วัดที่เก่าแก่ที่ สุดในตัวเมืองเชียงใหม่และถือเป็นวัดแห่งแรกในเขตกำแพงเมือง เมื่อขุนเม็งรายมหาราชสร้างเมืองเชียงใหม่ขึ้น เมื่อปี พ.ศ.1839 พระองค์ทรงยกพระตําหนักที่ประทับชื่อ ตําหนักเชียงมั่นถวายเป็นพระอารามใหม่ชื่อว่า วัดเชียงมั่น วัดนี้เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปสําคัญของเชียงใหม่ คือ พระเสตังคมณี หรือพระแก้วขาว ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของประชาชนชาวเชียงใหม่นอกจากวัดเชียงมั่นจะมีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ของ เมืองเชียงใหม่ ในฐานะที่เป็นพระอารามหลวงแห่งแรกในเขตกำแพงเมืองแล้ว เมื่อถึงเทศกาลสลากภัตร หรือ ทานก๋วยสลาก จะมีการทานข้าวสลากที่วัดนี้ก่อนแล้วจึงจะทำที่วัดอื่น ๆ ต่อไป ในสมัยพญามังราย วัดเชียงมั่น ยังเป็นศูนย์กลางการศึกษาและเผยแผ่พระพุทธศาสนาอีกด้วย นอกจากนี้ วัดเชียงมั่นเป็นสถานที่รวบรวมโบราณ วัตถุ จำนวนมาก ซึ่งอาคารเสนาสนะและปูชนียวัตถุของวัดเชียงมั่นประกอบไปด้วย วัดเชียงมั่นมี สถาปัตยกรรม สําคัญ ได้แก่ เจดีย์สี่เหลี่ยมผสมทรงกลม ฐานช่างล้อม พระอุโบสถและหอไตร

วัดเชียงมั่น เชียงใหม่
ภาพบรรยากาศภายในวัด

สิ่งที่น่าสนใจในวัดเชียงมั่น ที่เที่ยวเชียงใหม่ 

1.วิหารหลวง
ตั้งอยู่ทางด้านทิศใต้ของวัดถัดจากหอไตรรูปทรงสถาปัตยกรรมแบบล้านนาด้านหน้าอุโบสถประดิษฐานศิลาจารึก หลักที่76 จารึกเมื่อปี พ.ศ. 2124 อุโบสถหลังนี้สร้างขึ้นพร้อมกับวิหารและหอไตร กรมศิลปากรประกาศขึ้น ทะเบียนพร้อมกันกับเจดีย์ วิหาร และหอไตร

วัดเชียงมั่น เชียงใหม่วัดเชียงมั่น เชียงใหม่

2. เจดีย์ช้างล้อม
เป็นเจดีย์รูปทรงสถาปัตยกรรมล้านนาฐานช้างล้อม องค์เจดีย์ผสมสี่เหลี่ยมและทรงกลมเปิดทองจังโก สร้างขึ้น เมื่อ พ.ศ. 1840ครั้งพญามังรายสถาปนาวัดเชียงมั่น และได้รับการบูรณะซ่อมแซมจากผู้ครองนคเชียงใหม่สืบมา กรมศลปากรขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแล้วเมื่อ พ.ศ. 2478

วัดเชียงมั่น เชียงใหม่วัดเชียงมั่น เชียงใหม่
3.พระแก้วขาว
พระแก้วขาว  หรือ พระเสตังคมณี เป็นพระพุทธรูปที่นับถือกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ สามารถคุ้มครองป้องกัน อันตรายและอำนวยความ สุขสวัสดิ์มงคลแก่ผู้ที่เคารพสักการะ

วัดเชียงมั่น เชียงใหม่วัดเชียงมั่น เชียงใหม่

5. ศิลาจารึกวัดเชียงมั่น 
ตั้งอยู่ที่โถงด้านหน้าของอุโบสถวัดเชียงมั่น เชียงใหม่ จารึกถึง พระนามของกษัตริย์สามพระองค์ คือ พญามังราย พญางำเมือง และพญาร่วง ( พ่อขุนรามคำแหง ) ว่าทั้งสามพระองค์ทรง ร่วมกันสร้างเมืองเชียงใหม่เป็นการจารึก เกี่ยว กับการสร้างเมืองเชียงใหม่ และการสร้างวัดเชียงมั่น ตลอดจนการทำนุบำรุงวัดนี้จากกษัตริย์และพระราชวงศ์ นับเป็นหลักฐาน ทางประวัติศสาตร์ที่ทรงคุณค่า
6.หอครูบาศีวิชัย
สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2505 ศิลปะสถาปัตยกรรมแบบล้านนา เป็นที่ประดิษฐานรูปเหมือนครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่ง ล้านนาไทย

ติดตามเรื่องราวจังหวัดเชียงใหม่ได้ที่: http://travel.sanook.com/thailand/chiangmai/
เรียบเรียง : http://chiangmainice.blogspot.com/

6 พฤษภาคม 2556

สัมผัสอากาศเย็น ดอยแม่ตะมาน เที่ยวเชียงใหม่



 สัมผัสอากาศเย็น  ดอยแม่ตะมาน เที่ยวเชียงใหม่

ดอยแม่ตะมาน

ภาพสวยๆ ดอยเเม่ตะมาน จังหวัดเชียงใหม่

ดอยแม่ตะมาน ตั้งอยู่ในหน่วยจัดการต้นน้ำแม่ตะมาน ตำบลแม่นะ อำเภอเชียงดาว และ บางส่วนของตำบล กึ๊ดช้าง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ดอยแม่ตะมานเริ่มเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวเชียงใหม่ มากขึ้นจากภาพ ดอกพญา เสือโคร่งซึ่งมีฉากหลังเป็นดอยเชียงดาว ดึงดูดใจ ให้นักเดินทางหลายต่อหลายคนเดินทางมาที่นี่ เพื่อมาทำความ รู้จักกับสถานที่สวยๆแห่งนี้มากขึ้น เมื่อมองจากยอด ดอยแม่ตะมาน ฝั่งตรงข้ามกันจะเห็นดอยหลวงเชียงดาวที่ ยิ่งใหญ่ ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่เบื้องหน้าเหมือนภาพวาดที่เหมือนมีใครมาปั้น แต่งไว้ เป็นภาพทิวทัศน์ที่แปลกตาของ การชมดอกพญาเสือโครงในมุมทีไม่เหมือนใครสามารถมายืนอยู่ ในระดับความสูงที่ใกล้ เคียงกับดอยหลวง เชียงดาวที่มองเห็นไกลๆอยู่ตรงหน้า ดอกซากุระหรือนางพญาเสือโคร่งจะผลิบานเต็มที่ช่วงปลายเดือนธันวาคม
ถึงกลางเดือนมกราคม การเดินทางค่อนข้างลำบาก เป็นทางลูกรังและเป็นหลุมเป็นบ่อ ต้องใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อ เท่านั้น รถอื่นๆ ไม่สามารถขึ้นได้ เนื่องจากระยะทาง 21 กม. เป็นเส้นทางทางดินลูกรังและค่อนข้างชัน ซึ่งตลอดเส้นทางจะเห็นดอกพญาเสือโคร่ง สีชมพูบานชูช่อสวยงามยิ่งนัก

ดอยแม่ตะมานดอยแม่ตะมาน
ดอยแม่ตะมานดอยแม่ตะมาน

บรรยากาศในยามเช้า ที่เที่ยวเชียงใหม่

บนดอยแม่ตะมานยังมีอีก 1 จุด ที่สวยงามไม่แพ้กัน นั่นคือ บริเวณหน่วยจัดการต้นน้ำแม่ตะมาน ซึ่งอยู่จะอยู่ก่อน สถานีเกษตรที่สูงสันป่าเกี๊ยะ  ห่างกันประมาณ 600 เมตร ที่นี่มีบ้านพักรับรอง 1 หลัง และจุดกางเต้นท์ด้วยและ ที่นี่เป็นจุดชมวิว พระอาทิตย์ตกที่สวยงามของดอยแม่ตะมาน

ดอยแม่ตะมานดอยแม่ตะมาน
ดอกไม้สวยๆ เที่ยวเชียงใหม่

ที่พักเชียงใหม่ ดอยแม่ตะมานมีที่พัก 2 จุด คือ 
1. บริเวณหน่วยจัดการต้นน้ำแม่ตะมาน มีสถานที่กางเต้นท์ โดยต้องเตรียมเต้นท์และเครื่องนอนมาเอง(ไม่มีบริการให้เช่า) และบ้านพักรับรอง 1 หลัง สามารถพักได้ 10 คน
2. สถานีเกษตรที่สูงสันป่าเกี๊ยะ ซึ่งเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นจุดที่สามารถเพื่อชมทัศนียภาดอยเชียงดาวและดอยหลวงเชียงดาว มีสถานที่กางเต้นท์ ต้องเตรียมเต้นท์และ เครื่องนอนมาเอง(ไม่มีบริการให้เช่า) มีเรือนพักและสถานที่กางเต็นท์อยู่ในความดูแลของศูนย์วิจัยและฝึกอบรมที่สูง คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ห้องพักพร้อมหมอนและผ้าห่ม พักได้ 6- 10 คน ห้องละ 500 บาท ค่ากางเต็นท์หลังเล็ก 100 บาท หลังใหญ่ คนละ 50 บาท ติดต่ิอ ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมที่สูง คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่โทรศัพท์ 0 5322 2014

ดอยแม่ตะมานมีน้ำและห้องน้ำ(รวม) ไว้คอยอำนวยความสะดวก ส่วนเรื่องอาหารและน้ำไม่มี ขายต้องนำ อาหารและอุปกรณ์ต่างๆ ขึ้นมาเอง ที่ประกอบอาหารได้ แต่ต้องนำอาหารขึ้นมาด้วย แวะซื้ออาหารได้ที่ ตลาดแม่มาลัย หรือตลาดเชียงดาว อย่าลืมเตรียมถุงดำ เพื่อใส่ขยะกลับลงมา



คลิปแนะนำ ดอยเเม่ตะมาน



ติดตามเรื่องราวจังหวัดเชียงใหม่ได้ที่: http://travel.sanook.com/thailand/chiangmai/
เรียบเรียง : http://chiangmainice.blogspot.com/

5 พฤษภาคม 2556

วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร ท่องเที่ยวเชียงใหม่



วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร  เที่ยวเชียงใหม่

วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร เดิมชื่อวัดพระธาตุเจ้าศรีจอมทองตั้งอยู่ถนนเชียงใหม่-ฮอด หมู่ 2 ตำบลบ้านหลวงอำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่เป็นพระธาตุประจำปีชวด วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร เป็น พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร บริเวณที่ตั้ง เป็นเนินดินสูง ประมาณ 10 เมตร เรียกกันมาตั้งแต่อดีตว่าดอยจอมทองตามประวัติสันนิษฐานว่า เป็นวัดที่สร้างขึ้นใน ราวพุทธ ศตวรรษที่ 20แต่จากลักษณะทางศิลปกรรมของสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ภายในวัด ปรากฏเป็นลักษณะของศิลปกรรม ในสมัยหลัง พุทธศตวรรษที่ 24ซึ่งเป็นห้วงระยะเวลาของยุคฟื้นฟูเมืองเชียงใหม่
วัดพระธาตุศรีจอมทอง
บรรยากาศภายในวัด ท่องเที่ยวเชียงใหม่
สิ่งสำคัญภายในวัด คือ พระบรมธาตุเจดีย์ ซึ่งตั้งอยู่บนยอดดอยจอมทองอันเป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุส่วนพระเศียรเบื้องขวา ซึ่งมีความพิเศษแตกต่างจากที่อื่น คือเป็นพระบรมธาตุที่มิได้ฝังใต้ดินแต่ประดิษฐานอยู่ในกู่ภาย ในพระวิหารสามารถอันเชิญ มาสรงน้ำได้ พระบรมธาตุแห่งนี้มีตำนานเล่าว่าพระพุทธเจ้าได้เสด็จมายังดอยนี้ และ ทรงพยากรณ์ว่าที่นี่จะเป็นที่ประดิษฐาน พระบรมธาตุของพระองในภายหน้า ต่อมาราวปี พ.ศ.1995 นางเม็ง และ นานสอยได้พบพระบรมธาตุ จึงได้ก่อพระเจดีย์และสร้าง เสนาสนะที่ดอยดินทอง จึงได้ชื่อว่า วัดจอมทอง ต่อมาพระเมืองแก้วกษัตริย์องค์ที่ 4 แห่งราชวงศ์มังรายได้สร้าง พระวิหารขึ้นมา
วัดพระธาตุศรีจอมทอง
พระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร ที่เที่ยวเชียงใหม่

ประเพณีสำคัญ
- สรงน้ำพระบรมธาตุ ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๙ เหนือ
- แห่ไม้ค้ำโพธิ์ วันสงกรานต์
- คติของชาวล้านนามีความเชื่อว่าเป็นพระธาตุประจำปีเกิด (ปีชวด)
 กิจกรรม
- พิธีทำบุญถวายภัตตาหาร,ฟังเทศน์ทุกวันพระ (วันธัมมัสสวนะ)
- ปฏิบัติธรรมวิปัสสนากรรมฐาน (สติปัฎฐาน ๔) ตลอดทั้งปี
- และกิจกรรมอื่นๆ ตามโอ

ติดตามเรื่องราวจังหวัดเชียงใหม่ได้ที่: http://travel.sanook.com/thailand/chiangmai/
เรียบเรียง : http://chiangmainice.blogspot.com/