แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จังหวัดเชียงใหม่ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จังหวัดเชียงใหม่ แสดงบทความทั้งหมด

28 พฤษภาคม 2556

เที่ยวเชียงใหม่ เที่ยวแม่ริม ชมดอกไม้สวย


เที่ยวเชียงใหม่ เที่ยวแม่ริม ชมดอกไม้สวย

แม่ริม อำเภออีกหนึ่งอำเภอที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองเชียงใหม่มากนัก ใช้เวลาเดินทางเพียงงไม่ถึงสี่สิบนาทีจากตัวเมือง เราก็จะได้พบกับ สถานที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่สวยงามและน่าสนใจมากมาย เริ่มจาก ม่อนแจ่ม แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่มีวิวทิวทัศน์สวยงาม และดอกไม้เมืองหนาวนานาชนิดให้เราได้ชมมากมายและด้วยการจัดตกแต่งที่ค่อยข้างจะครีเอทให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังเดินเล่นอยู่ท่ามกลางมวลหมู่ดอกไม้ ไม่ว่าจะหันไปมุมไหนก็ตาม ม่อนแจ่มจึงกลายเป็นสถานที่สุดแสนโรแมนติกอีกแห่งหนึ่ง ที่ไม่ควรพลาดและใ่ส่ไว้ในจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยว
ม่อนแจ่ม

ม่อนแจ่ม เป็นส่วนหนึ่งของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ตั้งอยู่บริเวณหมู่บ้านม้ง หนองหอย อ.แม่ริม   มีอากาศเย็นสบายตลอดปี มีหมอกยามเช้าให้ได้ชม สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ โดยรอบไกลสุดลูกหูลูกตา เมื่อก่อนพื้นที่ บริเวณนี้ เป็นป่ารกร้าง จนในท้ายที่สุดโครงการหลวงมาขอซื้อพื้นที่ เมื่อเข้าเป็นส่วนหนึ่งของโครงการหลวง คุณแจ่ม-แจ่มจรัส สุชีวะ หลานของ ม.จ. ภีศเดช รัชนี ประธานมูลนิธิโครงการหลวงได้เข้ามาพัฒนาและปรับปรุงบริเวณม่อนแจ่มให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว โดยเฉพาะในลักษณะ ของแค้มปิ้งรีสอร์ท  ที่พักเพียงแห่งเดียวที่ตั้งอยู่ข้างบน คือ ม่อนแจ่ม แคมปิ้ง รีสอร์ท มีร้านอาหารเชียงใหม่ให้บริการ มีที่พักแบบเต้นท์พร้อมเครื่องนอน (ไม่อนุญาติให้นำเต้นท์ส่วนตัวมากางข้างบน) นอกจากนี้ก็จะมีที่พักของเอกชนต่างๆ ที่ตั้งอยู่ระหว่างทางขึ้นไปม่อนแจ่ม ให้บริการอีกหลายแห่งแต่ไม่เยอะมาก
ม่อนแจ่ม

ม่อนแจ่ม มีเนื้อที่ไม่กว้างมาก จะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ โซนนั่งเล่น รับประทานอาหาร เป็นกระท่อมแนบชิดธรรมชาติ นั่งทานไปชมวิวภูเขาไป ชิวสุดๆ
ม่อนแจ่ม

ดอกไม้ที่เที่ยวเชียงใหม่ สวยงามจริงๆ

อำเภอแม่ริม ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่ที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง เช่น ฟาร์มงูแม่สา  สวนกล้วยไม้และ ฟาร์มผีเสื้อ บ้านม้งแม่สาใหม่ จบทริปท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในอำเภอแม่ริม รู้สึกอิ่มใจและมีความสุขกับสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ ของที่นี่ไม่น้อย แล้วอย่าลืมแวะมากันน่ะค่ะ




ติดตามเรื่องราวจังหวัดเชียงใหม่ได้ที่: http://travel.sanook.com/thailand/chiangmai/
เรียบเรียง : http://chiangmainice.blogspot.com/

22 พฤษภาคม 2556

ทำบุญไหว้พระเก้าวัด ที่วัดในจังหวัดเชียงใหม่


ทำบุญไหว้พระเก้าวัด จิตใจผ่องใส ที่วัดในจังหวัดเชียงใหม่


แผนที่ไหว้พระ 9 วัด เชียงใหม่
เชียงใหม่มีวัดวาอารามที่สวยงามสไตล์ล้านนา ซึ่งมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์มากมาย มาถึงเชียงใหม่แล้ว ลองหาเวลา 1 วัน ไหว้พระให้ครบ 9 วัด เพื่อขอพรและความเป็นสิริมงคลกับชีวิต ในแต่ละวัดที่มีชื่อเสียงในเมืองเชียงใหม่อย่างเช่น วัดพระสิงห์ วัดเจดีย์หลวง วัดเชียงมั่น และวัดที่มีชื่อเป็นสิริมงคล อย่างเช่น วัดดวงดี วัดหมื่นล้าน วัดดับภัย เป็นต้น ซึ่งในแต่ละวัดก็จะอยู่ในละแวกเดียวกัน ไม่ไกลกันมากนัก
ไปตามเส้นทางในเมืองเชียงใหม่วัดแรกที่เราจะเริ่มไปขอพรกัน คือ วัดเชียงมั่น ตั้งอยู่ถนนราชภาคิไนยเพื่อให้ชีวิตประสบความสำเร็จและความมั่นคงของชีวิต  วัดเชียงมั่นในอดีตคือวัด คู่พระบารมีของพระนางเจ้าจามเทวีปฐมกษัตริย์แห่งนครหริภุญชัย และพญาเมงราย ปฐมกษัตริย์แห่งล้านนา  มาถึงแล้วอย่าลืมสักการะพระเสตังคมณี (พระแก้วขาว) พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ภายในโบสถ์ด้วยค่ะฃไหว้พระ 9 วัด เชียงใหม่
นั่งรถต่อมายังวัดที่สอง  ซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน วัดดวงดี ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกกลางเวียงใกล้อนุสาวรีย์สามกษัตริย์  มาไหว้แล้วขอพรให้ดวงดีตลอดปีเหมือนกับชื่อวัดค่ะ วัดดวงดีเป็นวัดที่มีศิลปะหลายๆอย่างให้ดูให้ศึกษาเป็นวัดที่มีศิลปะที่งดงามอีกแห่งหนึ่งของนครเชียงใหม่
ไหว้พระ 9 วัด เชียงใหม่
จากวัดดวงดี เลี้ยงซ้ายตรงมาเพียงนิดเดียวมาถึงวัดที่ 3 วัดวัดเจดีย์หลวง เป็นวัดที่งดงามอีกวัดหนึ่งของ และเป็นอีก 1 สถานที่ท่องเที่ยวเชียงใหม่ที่โดดเด่นคงเป็นพระเจดีย์หลวงเจดีย์อิฐโบราณที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเชียงใหม่  หน้าประตูวิหารมีบันไดนาคเลื้อยลงมาใช้หางกระหวัดขึ้นไปเป็นซุ้มประตู ถือว่าเป็นนาคที่งามที่สุดของภาคเหนือ  นอกจากนี้ภายในวัดยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญให้กราบไหว้บูชามากมาย ทั้งพระประธานในพระวิหารหลวง พระนอนซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังเจดีย์ เสาอินทขิล หรือเสาหลักเมืองตั้งอยู่กลางวิหารจตุรมุขศิลปะแบบล้านนาประยุกต์
ไหว้พระ 9 วัด เชียงใหม่
และก็มาถึงวัดที่ 4 วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร วัดเก่าแก่สำคัญคู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่มาช้านานมาวัดนี้เพื่อมากราบไหว้ขอพร พระพุทธสิหิงค์ พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของเชียงใหม่   ซึ่งประดิษฐานอยู่ในวิหารลายคำ วิหารทรงพื้นเมืองล้านนา  วัดพระสิงห์มีพระอุโบสถและสถาปัตยกรรมพื้นเมืองล้านนาที่มีลวดลายแกะสลัก สวยงาม โดยเฉพาะพระเจดีย์ทรงปราสาท
ไหว้พระ 9 วัด เชียงใหม่

จากวัดพระสิงห์ตรงสามแยกเดินตรงไปเรื่อยๆ ก็จะถึง วัดที่ 5  วัดชัยพระเกียรติ เที่ยวเชียงใหม่ ทำบุญวัดนี้เพื่อเสริมสร้างเกียรติยศ ศักดิ์ศรี ให้มีแก่ตัวตนของเรา ต่อจากนั้นให้เพิ่มความสมบูรณ์พูนสุข

ไหว้พระ 9 วัด เชียงใหม่
นั่งรถย้อนกลับมาเส้นทางเดิมผ่านวัดพระสิงห์เลี้ยวขวาแล้วตรงไปเรื่อยๆ จะเห็นป้าย วัดหมื่นเงินกอง วัดที่ 6 เป็นวัดที่มีชื่อมงคลซึ่งเหมาะกับการมาไหว้ขอพรทำบุญให้ตนเองได้มั่งมีศรีสุข  มีเงินมีทอง อายุมั่น ขวัญยืน  ที่สำคัญอย่าลืมไปไหว้พระธาตุหมื่นเงินกอง  เพื่อทำบุญใส่บาตรพระธาตุประจำปีเกิด โดยมีพระธาตุจำลององค์เล็ก อยู่ริมรั้วของพระธาตุ ด้วยค่ะ
ไหว้พระ 9 วัด เชียงใหม่
จากวัดหมื่นเงินกอง มายังวัดที่มีชื่อที่เป็นสิริมงคลอีกหนึ่งวัด คือ  วัดดับภัย วัดที่ 7 ของเรา เพื่อมาไหว้ขอพรหลวงพ่อ ดับภัยเมื่อมาที่เที่ยวเชียงใหม่ ซึ่งมีตำนานเล่าลือถึงถึงการดับเภทภัยให้กับผู้คน ไม่ว่าจะเป็นการป่วยไข้ หรือการดับเคราะห์ดวงชะตา ในวัดมีบ่อน้ำที่เรียกว่าบ่อน้ำดับภัย เชื่อว่าเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ นำไปสรงน้ำพระพุทธมนต์หรือเพื่อสืบดวงชะตาได้
ไหว้พระ 9 วัด เชียงใหม่
บ่ายแก่ๆ มาถึงวัดที่ 8  วัดหมื่นล้าน ซึ่งตั้งอยู่ตรงถนนราชดำเนิน บริเวณ ถนนคนเดินท่าแพ ซึ่งเป็นถนนคนเดินวันอาทิตย์  มาขอพระไหว้นี้จะได้ร่ำรวยมีเงินทองป็นหมื่นล้านเหมือนชื่อวัด
ไหว้พระ 9 วัด เชียงใหม่
และมาถึงวัดสุดท้าย วัดพันอ้น ตั้งอยู่ใกล้กับวัดหมื่นล้าน เดินมาเพียงนิดเดียว ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจมาที่วัดนี้แต่ก่อนถึงวัดหมื่นกอง นั่งรถผ่าน เห็นเจดีย์สีทองเหลืองอาร่าม สะดุดตา จึงตั้งใจจะไปไหว้ขอพรพระเจดีย์สีทอง ซึ่ง มีชื่อว่า พระเจดีย์สารีริกธาตุสิริลักษณ์  ภายในบรรจุพระบรมสารีริธาตุ นอกจากนี้ภายในพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธชินราชจำลอง พระพุทธมงคลมหามุณี พระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันธาตุ เรียกว่ามาวัดเดียวได้ไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์หลายอย่างเลยทีเดียว
ไหว้พระ 9 วัด เชียงใหม่

คลิปวิดิโอ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร เที่ยวเชียงใหม่






ติดตามเรื่องราวจังหวัดเชียงใหม่ได้ที่: http://travel.sanook.com/thailand/chiangmai/
เรียบเรียง : http://chiangmainice.blogspot.com/

21 พฤษภาคม 2556

สัมผัสธรรมชาติ ท่องเที่ยวอุ่นใจที่แม่กลางหลวง ท่องเที่ยวเชียงใหม่


สัมผัสธรรมชาติที่ แม่กลางหลวง ท่องเที่ยวเชียงใหม่


วันนี้จะพาไปชมเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง ยิ่งเข้าฤดูท่องเที่ยวนาข้าวขั้นบันได นักท่องเที่ยวต่างมุ่งหน้าไปที่นั่นถ้าเอ่ยชื่อคงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก แม่กลางหลวง จังหวัดเชียงใหม่ สถานที่ที่สวยงาม และสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่อบอุ่น

แม่กลางหลวง
ฉันมาที่นี่เกือบทุกปี ไม่มุ่งหน้ามาโดยตรงก็แวะเข้ามาชมบรรยากาศ แม่กลางหลวง ที่เที่ยวเชียงใหม่ในวันนี้คงไม่ต้องอธิบายมากว่ามีอะไร แน่นอนมาที่นี่ต้องมาชมบรรยากาศของนาข้าวขั้นบันไดเที่ยวเชียงใหม่ สัมผัสความบริสุทธิ์ของธรรมชาติและวิถีชีวิตชาวบ้าน ซึ่งหลายคนอาจโหยหาและหาไม่ได้จากความเป็นเมือง ถึงแม้ว่าการกลับมาอีกครั้งจะเห็นความเปลี่ยนไปมากในเวลาอันรวดเร็ว มีร้านค้าที่พักเพิ่มขึ้น แต่สำหรับฉันแม่กลางหลวงยังมีความเป็นธรรมชาติ ผู้คนใจดีอบอุ่นเช่นเคย โดยปกติฉันจะพักกระท่อมปลายนาด้านล่าง ซึ่งเจ้าของที่พักคือ พี่สมศักดิ์ผู้บุกเบิกแม่กลางหลวงจนเป็นที่รู้จัก แต่ครั้งนี้ขอเปลี่ยนบรรยากาศมาพักอีกแห่งหนึ่ง เพราะเห็นว่าวิวสวยดีสามารถมองเห็นนาข้าวขั้นบันไดได้ในมุมสูงที่พักชื่อ แม่กลางหลวงวิว

แม่กลางหลวง

กาแฟสดที่ถูกบดออกมาเป็นผงจากเครื่อง  ด้วยความที่เป็นคนไม่กินกาแฟเลยไม่รู้ว่าแบบไหนที่เรียกวาหอมอร่อย ได้ยินแต่พี่ที่มาด้วยบอกว่า กาแฟที่นี่หอมดี เป็นกาแฟพันธุ์อาราบิก้าชั้นดี
แค่เราก้าวเข้ามาในร้านปุ๊บ พี่สมศักดิ์ก็จะรีบรินกาแฟใส่แก้วให้เราชิมฟรี พี่สมศักดิ์เล่นมุขว่า กาแฟของแกเป็นกาแฟมือถือค่ายไหนก็กินได้ ฉันแอบงงเล็กน้อยมือถือและค่ายไหนเกี่ยวอะไรกับกาแฟ สุดท้ายเฉลยว่า “ หมายถึงถ้าซื้อกาแฟจะแถมถุงชงโดยใช้มือถือถุงจากนั้นใส่กาแฟชงเองได้ทุกคน ไม่ต้องมีเครื่องบดแค่มีน้ำร้อนก็กินกาแฟของแกได้แล้ว ว่าแล้วมือก็หยิบถุงชงกาแฟให้เราดูน่ารักเลยทีเดียว เสียดายไม่ได้ถ่ายภาพมาให้ชม

แม่กลางหลวง


ติดตามเรื่องราวจังหวัดเชียงใหม่ได้ที่: http://travel.sanook.com/thailand/chiangmai/
เรียบเรียง : http://chiangmainice.blogspot.com/

20 พฤษภาคม 2556

ปางช้าง-ท่าแพแม่ตะมาน ที่เที่ยวเชียงใหม่


ปางช้าง-ท่าแพแม่ตะมาน ที่เที่ยวเชียงใหม่ 

ปางช้าง-ท่าแพแม่ตะมาน เปิดบริการทุกวัน มีการแสดงของช้างแสนรู้ โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 9.30 น. มีบริการนั่งช้างชมธรรมชาติ - นั่งเกวียน - ชมหมู่บ้านชาวเขา
ทานอาหารในบรรยากาศริมแม่น้ำ หรือล่องแพไม้ไผ่ไปตามลำน้ำแม่แตง

บรรยากาศปางช้าง ท่องเที่ยวเชียงใหม่


ช้างจะพาเดินไปตามทางในหมู่บ้านไปจนถึงทะลุทุ่งนาด้านหลัง ชมวิว ชมวิถีชีวิตชาวบ้านแถวๆนั้นไปตามทาง

ต้องเตรียมเงินแบ๊งค์ย่อยๆ ติดตัวไปคอยซื้อกล้วย/อ้อยเลี้ยงช้าง ที่ชาวบ้านเขามาปลูกร้านไว้ดักเราระหว่างทางเป็นระยะ ๆค่ะ ....ไม่ซื้อก็ไม่ได้ เพราะช้างมันจะไม่ยอมเดิน มันอยากกิน....

แล้วเขาจะพาเรามานั่งเกวียนต่อไปเพื่อกลับไปยังปางช้าง เข้ารับประทานอาหารกลางวันที่เขาจัดไว้เป็นบุฟเฟ่ต์ ...อาหารที่เขาจัดเตรียมไว้ให้ เป็นอาหาไทยง่ายๆ ส่วนเครื่องดื่มต้องซื้อเพิ่มเติม
ค่ะ อิ่มดี พร้อมแล้ว ลงแพไม้ไผ่ล่องไปตามลำน้ำ ใครมีร่มก็ควรเอาติดตัวไปนะคะ เพราะแดดร้อน แต่เขาจะมีหมวกให้ยืมใส่ ... พอขึ้นจากแพก็จะมีรถมารับพวกเรากลับไปที่ปางช้างค่ะ
เส้นทางนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆให้สนุกสนานกันได้อีก เช่น กิจกรรมห้อยโหนไปตามยอดไม้ ขับรถวิบากATV หรือล่องแก่งน้ำเชี่ยวด้วยแพยาง พวกเรายังติดใจไม่กลับ ขับรถลึกเข้าไปตามถนน จะดูหน่อยซิว่ายังมีอะไรอีก
....ทำให้เรามาพบกับวัดเล็กๆที่เก่าแก่วัดหนึ่ง ชื่อวัดเมืองกึ้ด เนื่องจากขณะที่ขับรถมาตามทาง สามารถมองเห็นยอดเจดีย์สีทองเป็นสง่าอยู่บนเขาตามคำบอกเล่าจากท่านเจ้าอาวาสและป้ายอธิบายความเป็นมา พบว่าวัดนี้ เคยเป็นบริเวณที่ตั้งทัพของสมเด็จพระนเรศวรฯ เมื่อตอนยกทัพมาตีเมืองเหนือ ท่านได้ทรงสร้างวัดแห่งนี้ไว้ และต่อมา ก็มีเหตุการณที่ทำให้มีผู้มีจิตศรัทธาได้มาทำการบูรณะศาสนสถานแห่งนี้ให้ดำรงอยู่

... รู้สึกดีจังเลยค่ะ ที่เราได้มาพบ"ช้างเผือก"เข้าโดยบังเอิญ ท่านเจ้าอาวาสบอกว่า พวกเราอาจเคยมีความเกี่ยวข้องกันในอดีต จึงทำให้ได้กลับมากราบไหว้สักการะท่าน และร่วมทำบุญ ณ สถานที่แห่งนี้อีกก็ได้ ...
วัดเมืองกึ้ด วัดเก่าแก่



ติดตามเรื่องราวจังหวัดเชียงใหม่ได้ที่: http://travel.sanook.com/thailand/chiangmai/
เรียบเรียง : http://chiangmainice.blogspot.com/

15 พฤษภาคม 2556

WISH US LUCK ขอให้เราโชคดี ที่เมเจอร์เชียงใหม่


WISH US LUCK ขอให้เราโชคดี  ที่เมเจอร์เชียงใหม่



 ฉายที่จังหวัดเชียงใหม่...ชาวเชียงใหม่หรือท่านที่ไปท่องเที่ยวเชียงใหม่ ไปแวะชมกันด้วยนะครับ

ท่องไปในขบวนรถไฟสายภาพยนตร์กับ Wish Us Luck
หมุดหมายแรกๆ ของประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ คือ ผลงานของพี่น้องลูมีแยร์ที่บันทึกภาพขบวนรถไฟขณะกำลังวิ่งเข้าจอดยังชานชาลา
ประสบการณ์ของคนดูหนังในยุคนั้น จึงได้แก่ การจ้องมองรถไฟกำลังวิ่งเข้าหาตนเองจากจอภาพยนตร์
เมื่อรถไฟถูกเราจ้องมอง ยานพาหนะประเภทนี้จึงมีสถานะเป็น ‘วัตถุ’ ที่แยกขาดออกจาก ‘ตัวเรา’ ทั้งในฐานะ ‘คนทำหนัง’ ซึ่งมองภาพรถไฟผ่านกล้องถ่ายภาพยนตร์ และ ‘คนดูหนัง’ ซึ่งนั่งมองภาพรถไฟวิ่งอยู่ในจอ
กลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้ชมหนังสารคดีเรื่อง Wish Us Luck หรือ ‘ขอให้เราโชคดี’ ฝีมือการกำกับของ วรรณแวว-แวววรรณ หงษ์วิวัฒน์ พี่น้องฝาแฝดที่เคยสร้างผลงานน่าจดจำไว้หลายชิ้นในเวทีการประกวดภาพยนตร์สั้นของมูลนิธิหนังไทย
วรรณแวว-แวววรรณเดินทางไปศึกษาต่อที่อังกฤษและเลือกทำงานจบเป็นหนังสารคดีบันทึกการเดินทางกลับบ้านด้วยรถไฟจากลอนดอนมาถึงกทม. ภายในระยะเวลา 1 เดือน
โดยมีฝรั่งเศส, เยอรมนี, รัสเซีย, มองโกเลีย, จีน, เวียดนาม และลาว เป็นทางผ่าน
ทั้ง ‘รถไฟ’ และการทำงาน ‘ภาพเคลื่อนไหว’ ล้วนแสดงให้เห็นว่า Wish Us Luck ได้รับมรดกตกทอดมาจากภาพยนตร์ยุคแรกเริ่มแน่ๆ
แต่ภาพยนตร์ของวรรณแวว-แวววรรณก็มีจุดต่างจากผลงานของบรรพบุรุษอย่างสำคัญ
กล่าวคือ สองพี่น้องหงษ์วิวัฒน์ไม่ได้จัดวางตำแหน่งแห่งที่ของตนเองและคนดูให้เป็นฝ่ายจ้องมอง ‘รถไฟ’ ในฐานะวัตถุที่แยกขาดออกจากตัวพวกเขา/เธอ
ตรงกันข้าม คนทำหนังกลับร่วมเดินทางไกลไปกับขบวนรถไฟ ยานพาหนะชนิดนี้จึงค่อยๆ หลอมรวมเข้ากับ ‘อัตวิสัย’ ของพวกเธอ ขณะที่คนดูหนังซึ่งเฝ้าชมการเดินทางของคู่แฝดอย่างใกล้ชิด ก็มิได้มองเห็นรถไฟเป็น ‘วัตถุวิสัย’ ที่ดำรงอยู่อย่างแปลกแยกหรือเหินห่างจากมนุษย์
หากพิจารณาในแง่ ‘ความเป็นภาพยนตร์’ สารคดีของวรรณแวว-แวววรรณก็มีความพยายามที่จะยั่วล้อกับ ‘บรรทัดฐานดั้งเดิมของความเป็นภาพยนตร์’ อยู่มากพอสมควร
ดังจะเห็นได้จากลูกเล่นหลายต่อหลายครั้งที่สองพี่น้องย้ำให้ผู้ชมตระหนักว่านี่เป็นหนังนะ นี่ถูกถ่ายทำขึ้นมานะ นี่เป็นเรื่อง ‘เฟค’ นะ ฯลฯ
ด้วยเหตุนี้ สิ่งที่คนดูหนังเรื่อง Wish Us Luck กำลังจ้องมองอยู่จึงมิใช่ภาพเคลื่อนไหวที่จริงใจ ปราศจากการปรุงแต่ง และเป็นธรรมชาติอันบริสุทธิ์ ดังที่ภาพยนตร์ของพี่น้องลูมีแยร์มักถูกเข้าใจเช่นนั้น
เมื่อพิจารณาในแง่ความเป็นหนังแนวโร้ดมูวีที่มักลงรอยกับโครงเรื่องว่าด้วย ‘พิธีกรรมการเปลี่ยนผ่าน’ หรือ การเติบโต-เรียนรู้ เพื่อก้าวข้ามเข้าสู่อีกช่วงวัยหนึ่ง
‘ขอให้เราโชคดี’ ก็ได้ผ่อนคลายตัวเองจากกรอบดังกล่าวอย่างชัดเจน แต่ใช่ว่าหนังสารคดีเรื่องนี้จะปราศจากเรื่องราวใดๆ เลย
เพราะหนังสามารถถ่ายทอดประสบการณ์ของการได้พบเห็นในสิ่งที่บรรดานักเดินทางไกลไม่เคยคาดคิดว่าพวกตนจะมีโอกาสพบเจอ ออกมาได้อย่างสนุกสนานชวนติดตาม
(หนึ่งในช่วงที่ดีมากของหนังเรื่องนี้ คือเหตุการณ์ที่มีหนุ่มต่างชาติมาจีบหนึ่งในสองสาว)
ขณะเดียวกัน หนังก็สลัดตัวเองออกจากอารมณ์โรแมนติก เมื่อพี่น้องสองสาวไม่ได้พยายามฟูมฟายหรือทำความเข้าใจลึกซึ้งกับเมืองต่างๆ ที่พวกเธอเดินทางผ่านเพียงชั่วขณะสั้นๆ อย่างมากล้นเกินเลย
วรรณแวว-แวววรรณทำลายความฝันแสนหวานเกี่ยวกับหอไอเฟล, บันทึกแง่มุมที่ไม่จำเป็นต้องถูกจดจำของเบอร์ลิน และไม่ได้พยายามมีความสุขหรือเรียนรู้ไวยากรณ์ของเสียงแตรรถในฮานอย
แต่คู่แฝดนักทำหนังก็สามารถถ่ายทอดอารมณ์ลึกซึ้งกินใจออกมาในช่วงที่พวกเธอคุยโทรศัพท์ทางไกลกับคุณยาย และตั้งคำถามเรื่องประชาธิปไตยกับเพื่อนชาวจีนที่ปักกิ่งได้อย่างแหลมคม
‘Wish Us Luck – ขอให้เราโชคดี’ จึงเป็นบันทึกภาพเคลื่อนไหวของนักทำหนัง 2 คนที่เก็บเกี่ยวเรื่องราวรายทางได้อย่างมีสีสันและท้าทายขนบบางประการของโลกภาพยนตร์
เมื่อวรรณแวว-แวววรรณเดินทางกลับถึงบ้านเกิด หนังเรื่องนี้ก็จบตัวเองลงท่ามกลางความพร่าเลือน เช่นเดียวกับที่เราไม่อาจรู้ได้ว่าขบวนรถไฟของโลกภาพยนตร์จะเดินทางไปไหนอีกในอนาคต
ทว่าอย่างน้อย คนดูคงพอตระหนักได้ว่า ‘ขบวนรถไฟ’ สายนี้ เดินทางมาไกลจากจุดเริ่มต้นมากแล้ว

รอบฉาย Wish Us Luck ที่เมเจอร์เชียงใหม่

16 - 17 พค.  หนังฉายรอบ 20.00 น.
18 - 19 พค.  หนังฉายรอบ 15.00 น. และ 20.00 น.

พิเศษ! ขอเชิญพูดคุยกับผู้กำกับหลังหนังจบ ในวันที่ 18 พค. รอบ 15.00 น. และ 20.00 น.

ติดตามเรื่องราวจังหวัดเชียงใหม่ได้ที่: http://travel.sanook.com/thailand/chiangmai/
เรียบเรียง : http://chiangmainice.blogspot.com/

12 พฤษภาคม 2556

เฮือนจันทร์เป็ง ร้านอาหารเหนือ จังหวัดเชียงใหม่


เฮือนจันทร์เป็ง ร้านอาหารเหนือ จังหวัดเชียงใหม่


ร้านเฮือนจันทร์เป็ง ฟังจากชื่อแล้วไม่ต้องทายเลยครับว่าจะเป็นร้านอาหารประเภทไหน มันต้องเป็นอาหารเหนือแน่ๆ จากข้อมูลที่ได้รับ เห็นว่าร้านนี้อยู่สันกำแพง โอ้วววว ไกลใช่เล่นเหมือนกันนะเนี่ย แล้วก็ยังปิดเร็วอีก ดังนั้นวันธรรมดานี่ไปไม่ได้แน่ๆ ก็เลยจัดคิวและโทรนัดทางร้านเพื่อเข้าไปทำรีวิวในวันหยุด วันอาทิตย์ครับ และแล้วก็ถึงคิวของร้านเฮือนจันทร์เป็ง ที่จะได้ขึ้นรีวิวแล้ว

เฮือนจันทร์เป็ง ร้านอาหารเหนืออร่อยๆ แห่งเมืองสันกำแพง
ร่มรื่นน่านั่ง

ร้านนี้จะเป็นร้านในบ้าน เป็นร้านเล็กๆ มีโต๊ะนั่งไม่กี่ตัวครับ แต่ว่าลักษณะการตกแต่งร้านของเขาดูดีนะ มีเป็นสวนหย่อม ปลูกหญ้า มีต้นไม้ มีร่มตกแต่งให้ดูสวยงาม และน่านั่ง อีกทั้งยังมีโซนห้องแอร์ด้วย ซึ่งในห้องแอร์ก็จะมีพวกแจกันไม้มะม่วง หรือของตกแต่งบ้านตั้งโชว์พร้อมขาย ตอนที่น้าอ้วนไปที่นี่เขามีฝอยละอองน้ำด้วย มันเลยทำให้บรรยากาศในร้านลดความร้อนไปได้เยอะเลยทีเดียว
เฮือนจันทร์เป็ง ร้านอาหารเหนืออร่อยๆ แห่งเมืองสันกำแพง
บรรยากาศร้านอาหารเชียงใหม่

จะบอกให้ว่าที่นี่ยังไม่มีเมนูเป็นทางการ (หมายถึงเมนูแบบเล่ม) แต่ก็พูดถึงว่าเมนูอาหารของที่นี่เขามีไม่กี่อย่างครับ ก็เป็นอาหารพื้นบ้านของเรา อย่างข้าวซอยหมู ข้าวซอยเนื้อ ขนมจีนน้ำเงี้ยว ก๋วยเตี๋ยวหลอด ส้มตำผลไม้ อะไรเงี้ยของกินง่ายๆ แต่เห็นว่ากำลังจะเพิ่มก๋วยเตี๋ยวเข้ามาในเมนูด้วย ส่วนเรื่องราคาหายห่วง มีตัง 100 บาท อิ่มได้เป็น 2 คน เพราะราคาอาหารที่นี่ 20, 30 บาทเท่านั้นเอง
เฮือนจันทร์เป็ง ร้านอาหารเหนืออร่อยๆ แห่งเมืองสันกำแพง
น่าอร่อยสุดๆ มาเที่ยวเชียงใหม่ แวะมาทานด้วยนะครับ

สำหรับใครที่อยากจะลองแวะมาทานอาหาร ข้าวซอย ขนมจีน หรือก๋วยเตี๋ยวหลอด ที่ร้านเฮือนจันทร์เป็ง ทางมาอาจจะไกลสักหน่อย (สำหรับคนที่อยู่ในตัวเมือง) แต่เท่าที่พูดคุยกับเจ้าของร้าน หลายๆ ท่านที่อยู่ในเมืองก็แวะเวียนมาอุดหนุนกันเป็นประจำครับ รสชาติอาหารของที่นี่เขาถือว่าอร่อยเลยแหละ แถมราคาถูกอีกด้วย สำหรับเรื่องเวลาปิด เฮือนจันทร์เป็งจะปิดเร็วสักหน่อย ก็เพราะว่าสถานที่ตั้งมันไม่ใช่แหล่งที่ผู้คนจะมาเดินพลุกพล่าน มันเป็นแหล่งของชุมชน บ้านคน ตกเย็นมาก็ต้องยอมรับว่าคนสัญจรจะน้อย ก็เลยปิดร้านเร็วหน่อยครับ



ติดตามเรื่องราวจังหวัดเชียงใหม่ได้ที่: http://travel.sanook.com/thailand/chiangmai/
เรียบเรียง : http://chiangmainice.blogspot.com/

10 พฤษภาคม 2556

น้ำตกแม่กลาง สายน้ำเย็นฉ่ำ ที่เที่ยวเชียงใหม่


น้ำตกแม่กลาง สายน้ำเย็นฉ่ำ ที่เที่ยวเชียงใหม่

น้ำตกแม่กลางเป็นจุดแรกของประตูเข้าสู่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ สายน้ำอันเย็นฉ่ำที่ตกผ่านหน้าผาขนาดใหญ่ น้ำตกจากหน้าผาสูงประมาณ 100 เมตร ไหลพวยพุ่งมาสู่โกรกเขา ซึ่งเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ มีชื่อว่า วังน้อยและวังหลวง ในช่วงฤดูฝนน้ำไหลแรงและขุ่นข้นมาก น้ำในแอ่งลึกมาก หากถูกกระแสน้ำปะทะก็อาจจะตกลงไปในแอ่งน้ำ ซึ่งมีน้ำไหลเชี่ยวกราก นักท่องเที่ยวควรระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยของตนเอง

บรรยากาศน้ำตกแม่กลาง ที่เที่ยวเชียงใหม่
การเดินทาง
ทางอุทยานฯ ทำเส้นทางท่องเที่ยวเชียงใหม่เดินเท้าให้นักท่องเที่ยวดินลัดเลาะไปยังศูนย์บริการนักทอ่งเที่ยว ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากน้ำตกแม่กลาง 400 เมตร ผ่านศาลาพักริมน้ำตก ซึ่งครั้งหนึ่ง บริเวณนี้เคยสร้างเป็นพลับพลาที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เมื่อครั้งเสด็จประพาสเชียงใหม่ เมื่อปี พ.ศ.2501 ผ่านภาพเขียนสีผาคันนา ซึ่งแฝงตัวอยู่บนหน้าผาหินปูนขนาดใหญ่ มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ต้องนำน้ำไปราดบนหน้า ภาพเขียนจึงจะปรากฏให้เห็น เวลาเข้าไปดูต้องระมัดระวัง รังต่อ รังแตนและรังผึ้งที่อาศัยอยู่บนหน้าผาด้วย หลังจากนั้นจะเดินขึ้นไปชมทิวทัศน์สายน้ำน้ำตกแม่กลางที่ศาลาเทพพิทักษ์ ก่อนไปยังศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ก็ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที

สายน้ำเย็นฉ่ำ น่าไปเที่ยวเชียงใหม่

ด่านเก็บค่าเข้าชม จากตรงนี้เดินไปตัวน้ำตกระยะทางประมาณ 200 เมตรเอง เดินตามถนนไปเรื่อยๆ ไม่เหนื่อยไม่ลำบาก หน้าช่องเก็บค่าเข้าชมมีศาลาข้อมูลที่ควรทราบของสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจบนดอยอินทนนท์แห่งนี้ อย่างเช่น น้ำตกวชิรธาร ยอดดอยอินทนนท์ พระมหาธาตุนภเมทนีดลและพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ เป็นต้น
เดินชมธารน้ำตกแม่กลาง ระหว่างทางเดินไปที่น้ำตกแม่กลาง จะเป็นเส้นทางเลียบลำธารที่ไหลลงมาจากน้ำตกไปเรื่อยๆ กระแสน้ำในวันนี้ไหลเชี่ยวอันตรายมาก ไม่มีนักท่องเที่ยวเล่นน้ำให้เห็นเลย คงห้ามลงเล่นด้วยเหมือนกัน
 บรรยากาศทางเดินน้ำตกแม่กลาง เส้นทางราบเรียบเดินสะดวกสบายบรรยาศชุ่มเย็นเป็นใจให้กับนักท่องเที่ยว



ติดตามเรื่องราวจังหวัดเชียงใหม่ได้ที่: http://travel.sanook.com/thailand/chiangmai/
เรียบเรียง : http://chiangmainice.blogspot.com/

9 พฤษภาคม 2556

เที่ยวเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ต้อนรับสมาชิกใหม่ลูกเสือโคร่งขาว


เที่ยวเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ต้อนรับสมาชิกใหม่ลูกเสือโคร่งขาว


เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ที่เที่ยวเชียงใหม่ให้การต้อนรับสมาชิกใหม่ ลูกเสือโคร่งขาว สัตว์ป่าหายากที่เหลืออยู่ในโลกเพียง 300 ตัวเท่านั้น พร้อมเชิญชวนชาวไทยร่วมชมความน่ารักของลูกโคร่งขาวสัตว์ป่าหาชมยากนี้
เมื่อวันที่ 4 พ.ค.56 ที่เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ได้จัดงานแถลงข่าวต้อนรับสมาชิกใหม่ ลูกเสือโคร่งขาว 2 ตัวเพศผู้และเพศเมีย สัตว์ป่าหายากที่เหลืออยู่ในโลกเพียง 300 ตัวเท่านั้น พร้อมเชิญชวนชาวไทยร่วมชมความน่ารักของลูกโคร่งขาวสัตว์ป่าหาชมยากนี้

Attached Image: image.jpg
ภาพน่ารักๆของลูกเสือโครง

ดร.ศราวุฒิ ศรีศกุน ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาพิงคนคร(องค์การมหาชน) เปิดเผยว่า เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีได้รับสมาชิกใหม่เป็นลูกเสือขาวจำนวน 2 ตัว ซึ่งเป็นเพศผู้และเพศเมีย ที่เกิดจากพ่อเพชรและแม่พลอย ที่ส่วนจัดแสดงนอร์ทโซน เมื่อวันที่ 21 เม.ย.56 ที่ผ่านมา โดยนับเป็นเสือโคร่งขาวของไนท์ซาฟารีตัวที่ 19 และ 20 ในปัจจุบัน ซึ่งตอนนี้เสือโคร่งขาวในไนท์ซาฟารีเป็นเพศผู้ 11 คนและเพศเมีย 9 ตัว โดยกระจายในส่วนจัดแสดงต่างๆโดยการต้อนรับสมาชิกใหม่ครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ที่มีโอกาสมอบสิ่งดีๆให้เยาวชนและชาวไทยได้มาเรียนรู้ศึกษาและสัมผัสความน่ารัก ซึ่งนับวันจะมีน้อยลงทุกที
ลักษณะทั่วไปของเสือโคร่ง มีรูปร่างเหมือนเสือโคร่งปกติ ซึ่งมีขนพื้นสีขาวและลายสีน้ำตาลเข้ม ม่านตาสีฟ้า จมูกสีชมพูและสีขาวครีม เสือขาวเกิดจากการผิดปกติของยีนไม่ใช่เสือโคร่งเผือกแท้ แต่เป็นอาการผิดปกติที่ผิวหนังมีจำนวนเม็ดสีน้อย มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดีย เป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์พบได้น้อยมากในธรรมชาติ  ปัจจุบันมีเสือโคร่งขาวประมาณ 200 - 300 ตัว ส่วนใหญ่กระจายอยู่ตามสวนสัตว์ต่างๆโดยเสือโคร่งขาวจะผสมพันธุ์เมื่อมีอายุประมาณ 3 ปี เป็นสัดนานประมาณ 3 - 6 วัน ผสมพันธุ์ได้เมื่อมีอายุ 30 - 36 เดือนขึ้นไป ผสมพันธุ์ได้ตลอดปี ตั้งท้องนาน 95 - 105 วัน ออกลูกครั้งละ 2 - 5 ตัว

Attached Image: image.jpg
 ภาพลูกเสือโครงน้อย น่ารัก จังหวัดเชียงใหม่

ติดตามเรื่องราวจังหวัดเชียงใหม่ได้ที่: http://travel.sanook.com/thailand/chiangmai/
เรียบเรียง : http://chiangmainice.blogspot.com/

8 พฤษภาคม 2556

ยี่เป็ง งานประเพณีอันยิ่งใหญ่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่


ยี่เป็ง งานประเพณีอันยิ่งใหญ่ ท่องเที่ยวเชียงใหม่


ยี่เป็ง เป็นงานประเพณี อันยิ่งใหญ่แห่งดินแดนล้านนา ที่ได้ปฎิบัติสืบทอดกันมาตั้งแต่ครั้งโบราณกาลหรือวันเพ็ญ เดือนยี่ของชาว ล้านนา ตรงกับวันเพ็ญเดือน 12 ของภาคกลาง อันเป็นช่วงปลายฤดูฝน ต้นฤดูหนาว อากาศ ปลอดโปร่งท้องฟ้าแจ่มใส ธรรมเนียม ปฎิบัติของชาวล้านนาอย่างหนึ่งนอกเหนือจากการลอยกระทงในแม่น้ำก็คือ การจุดประทีปโคมลอยขึ้นไปสว่างไสวบนท้องฟ้า โดยมีคติความเชื่อว่า เพื่อบูชาพระเกตุแก้วจุฬามณี บนสรวง สวรรค์ หรือบ้างก็เชื่อว่าเป็นการลอยเคราะห์ หรือสะเดาะเคราะห์ ให้เกิดความเป็นมงคลแก่ชีวิต
ประเพณียี่เป็ง

ภาพการปล่อยโคมลอย

ในภาษาคำเมืองของทางเหนือ “ยี่” แปลว่า สอง และคำว่า “เป็ง” หมายถึง เพ็ญ หรือพระจันทร์เต็มดวง ดังนั้นจึง หมายถึงประเพณี พระจันทร์เต็มดวงในเดือนสอง โดยในพงศาวดารโยนกและจามเทวี มีบันทึกว่าครั้งหนึ่งได้เกิด อหิวาตกโรคขึ้นในแคว้นหริภุญไชย ทำให้ชาวเมืองต้องอพยพไปอยู่เมืองหงสาวดี นานถึง 6 ปี จึงจะเดินทางกลับ มายัง บ้านเมืองเดิมได้ เมื่อเวลาเวียนมาถึง วันที่ จากบ้านจากเมืองไป จึงได้มีการทำกระถางใส่เครื่องสักการบูชา ธูปเทียนลอย ลอยตามน้ำ เพื่อให้ไปถึงญาติพี่น้องที่ล่วงลับไป เรียกว่า การลอยโขมด หรือลอยไฟ ในงานบุญ ยี่เป็ง ยังมีการเทศน์มหาชาติ ผู้คนจะออกมาตกแต่งบ้านเรือน วัดวาอาราม และถนนหนทาง ด้วยต้นกล้วย อ้อย ทางมะพร้าว ดอกไม้ ตุงช่อประทีปและชักโคมยี่เป็งแบบต่าง ๆ ขึ้นเป็นพุทธบูชา ยามค่ำคืน จะมีการจุดโคมลอย ปล่อยขึ้นสู่ท้องฟ้า เพื่อบูชาพระเกตุแก้วจุฬามณี บนสรวงสรรค์ชั้นดาวดึงส์ จุดเด่นของงานนี้อยู่ที่การปล่อย โคมลอย ขึ้นไปในท้องฟ้า โดยเชื่อกันว่า เปลวไฟในโคมเป็นสัญลักษณ์ของความรู้ และแสงสว่างที่ได้รับจากโคม จะส่งผลให้ ดำเนินชีวิตไปในทางที่ถูกต้อง การจุดโคมลอยมี 2 แบบ คือแบบที่ใช้ปล่อยใน


ภาพการปล่อยโคมลอย เที่ยวเชียงใหม่


ประเพณียี่เปงจะเริ่มตั้งแต่วันขึ้น 13 ค่ำ ซึ่งถือว่าเป็น "วันดา" หรือวันจ่ายของเตรียมไปทำบุญเลี้ยงพระที่วัด ครั้น ถึงวันขึ้น 14 ค่ำ พ่ออุ้ยแม่อุ้ยและผู้มีศรัทธาก็จะพากันไปถือศีล ฟังธรรม และทำบุญเลี้ยงพระที่วัด มีการทำ กระทงขนาด ใหญ่ตั้งไว้ที่ลานวัด ในกระทงนั้นจะใส่ของกินของใช้ ใครจะเอาของมาร่วมสมทบด้วยก็ได้เพื่อเป็น ทานแก่คนยากจน ครั้นถึงวันขึ้น 15 ค่ำ จึงนำกระทงใหญ่ที่วัดและกระทงเล็ก ๆ ของส่วนตัวไปลอยในลำน้ำ ในงาน บุญยี่เป็งนอกจากจะมีการปฏิบัติธรรม ฟังเทศน์มหาชาติตามวัดวาอารามต่าง ๆ แล้ว ยังมีการประดับตกแต่งวัด บ้านเรือน และถนนหนทางด้วย ต้นกล้วย ต้นอ้อย ทางมะพร้าว ดอกไม้ ตุง ช่อประทีป และชักโคมยี่เป็ง แบบต่าง ๆ ขึ้นเป็นพุทธบูชา พอตกกลางคืนก็จะมีมหรสพและ การละเล่นมากมาย มีการแห่โคมทอง พร้อมกับมีการจุดถ้วย ประทีป (การจุดผางปะติ๊ด)เพื่อบูชาพระรัตนตรัยการจุดบอกไฟ การจุดโคมไฟประดับตกแต่งตาม วัดวาอาราม และการจุดโคมลอยปล่อยขึ้นสท้องฟ้าเพื่อเพื่อบูชาพระเกตุ แก้ว จุฬามณีบนสรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ความเชื่อ การปล่อยว่าวไฟหรือโคมลอยนี้ ชาวบ้านมักมีความเชื่อกันว่า เพื่อให้ว่าวได้นำเอาเคราะห์ ร้ายภัยพิบัติต่างๆออก ไป จาก หมู่บ้าน ดังนั้นว่าวหรือโคมลอยที่ปล่อยขึ้นไปถ้าไปตกในบ้าน ใครบ้าน นั้นต้องจะทำพิธีสะเดาะเคราะห์ เพื่อล้างเสนียด จัญไรทั้งปวงออกไป นอกจากนี้ ยังถือกันว่าเป็น การทำเพื่อบูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และเพื่อความสนุกสนาน สร้างความสามัคคีกันใน หมู่บ้าน อีกด้วย


ติดตามเรื่องราวจังหวัดเชียงใหม่ได้ที่ : http://travel.sanook.com/thailand/chiangmai/
เรียบเรียง : http://chiangmainice.blogspot.com/

6 พฤษภาคม 2556

สัมผัสอากาศเย็น ดอยแม่ตะมาน เที่ยวเชียงใหม่



 สัมผัสอากาศเย็น  ดอยแม่ตะมาน เที่ยวเชียงใหม่

ดอยแม่ตะมาน

ภาพสวยๆ ดอยเเม่ตะมาน จังหวัดเชียงใหม่

ดอยแม่ตะมาน ตั้งอยู่ในหน่วยจัดการต้นน้ำแม่ตะมาน ตำบลแม่นะ อำเภอเชียงดาว และ บางส่วนของตำบล กึ๊ดช้าง อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ดอยแม่ตะมานเริ่มเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวเชียงใหม่ มากขึ้นจากภาพ ดอกพญา เสือโคร่งซึ่งมีฉากหลังเป็นดอยเชียงดาว ดึงดูดใจ ให้นักเดินทางหลายต่อหลายคนเดินทางมาที่นี่ เพื่อมาทำความ รู้จักกับสถานที่สวยๆแห่งนี้มากขึ้น เมื่อมองจากยอด ดอยแม่ตะมาน ฝั่งตรงข้ามกันจะเห็นดอยหลวงเชียงดาวที่ ยิ่งใหญ่ ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่เบื้องหน้าเหมือนภาพวาดที่เหมือนมีใครมาปั้น แต่งไว้ เป็นภาพทิวทัศน์ที่แปลกตาของ การชมดอกพญาเสือโครงในมุมทีไม่เหมือนใครสามารถมายืนอยู่ ในระดับความสูงที่ใกล้ เคียงกับดอยหลวง เชียงดาวที่มองเห็นไกลๆอยู่ตรงหน้า ดอกซากุระหรือนางพญาเสือโคร่งจะผลิบานเต็มที่ช่วงปลายเดือนธันวาคม
ถึงกลางเดือนมกราคม การเดินทางค่อนข้างลำบาก เป็นทางลูกรังและเป็นหลุมเป็นบ่อ ต้องใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อ เท่านั้น รถอื่นๆ ไม่สามารถขึ้นได้ เนื่องจากระยะทาง 21 กม. เป็นเส้นทางทางดินลูกรังและค่อนข้างชัน ซึ่งตลอดเส้นทางจะเห็นดอกพญาเสือโคร่ง สีชมพูบานชูช่อสวยงามยิ่งนัก

ดอยแม่ตะมานดอยแม่ตะมาน
ดอยแม่ตะมานดอยแม่ตะมาน

บรรยากาศในยามเช้า ที่เที่ยวเชียงใหม่

บนดอยแม่ตะมานยังมีอีก 1 จุด ที่สวยงามไม่แพ้กัน นั่นคือ บริเวณหน่วยจัดการต้นน้ำแม่ตะมาน ซึ่งอยู่จะอยู่ก่อน สถานีเกษตรที่สูงสันป่าเกี๊ยะ  ห่างกันประมาณ 600 เมตร ที่นี่มีบ้านพักรับรอง 1 หลัง และจุดกางเต้นท์ด้วยและ ที่นี่เป็นจุดชมวิว พระอาทิตย์ตกที่สวยงามของดอยแม่ตะมาน

ดอยแม่ตะมานดอยแม่ตะมาน
ดอกไม้สวยๆ เที่ยวเชียงใหม่

ที่พักเชียงใหม่ ดอยแม่ตะมานมีที่พัก 2 จุด คือ 
1. บริเวณหน่วยจัดการต้นน้ำแม่ตะมาน มีสถานที่กางเต้นท์ โดยต้องเตรียมเต้นท์และเครื่องนอนมาเอง(ไม่มีบริการให้เช่า) และบ้านพักรับรอง 1 หลัง สามารถพักได้ 10 คน
2. สถานีเกษตรที่สูงสันป่าเกี๊ยะ ซึ่งเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นจุดที่สามารถเพื่อชมทัศนียภาดอยเชียงดาวและดอยหลวงเชียงดาว มีสถานที่กางเต้นท์ ต้องเตรียมเต้นท์และ เครื่องนอนมาเอง(ไม่มีบริการให้เช่า) มีเรือนพักและสถานที่กางเต็นท์อยู่ในความดูแลของศูนย์วิจัยและฝึกอบรมที่สูง คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ห้องพักพร้อมหมอนและผ้าห่ม พักได้ 6- 10 คน ห้องละ 500 บาท ค่ากางเต็นท์หลังเล็ก 100 บาท หลังใหญ่ คนละ 50 บาท ติดต่ิอ ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมที่สูง คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่โทรศัพท์ 0 5322 2014

ดอยแม่ตะมานมีน้ำและห้องน้ำ(รวม) ไว้คอยอำนวยความสะดวก ส่วนเรื่องอาหารและน้ำไม่มี ขายต้องนำ อาหารและอุปกรณ์ต่างๆ ขึ้นมาเอง ที่ประกอบอาหารได้ แต่ต้องนำอาหารขึ้นมาด้วย แวะซื้ออาหารได้ที่ ตลาดแม่มาลัย หรือตลาดเชียงดาว อย่าลืมเตรียมถุงดำ เพื่อใส่ขยะกลับลงมา



คลิปแนะนำ ดอยเเม่ตะมาน



ติดตามเรื่องราวจังหวัดเชียงใหม่ได้ที่: http://travel.sanook.com/thailand/chiangmai/
เรียบเรียง : http://chiangmainice.blogspot.com/

4 พฤษภาคม 2556

พระตำหนักดาราภิรมย์ จังหวัดเชียงใหม่


พระตำหนักดาราภิรมย์  จังหวัดเชียงใหม่

พระตําหนักดาราภิรมย์

พระตำหนักดาราภิรมย์ ท่องเที่ยวเชียงใหม่ตั้งอยู่ในบริเวณค่ายดารารัศมี อำเภอแม่ริม รูปแบบตัวอาคารได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมตะวันตก ซึ่งเดิมพระตำหนักดาราภิรมย์เป็นที่ประทับของพระราชชายาเจ้าดารารัศมี เจ้าจอมในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระราชชายาเจ้าดารารัศมีเป็นพระธิดาใน พระเจ้าอินทวิชยานนท์ พระเจ้าหลวงเชียงใหม่องค์ที่ 7 ซึ่งปกครองระหว่าง พ.ศ. 2413-2440 เป็นเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่องค์สุดท้ายที่มีอำนาจปกครองบ้านเมืองตามแบบเดิมก่อน เมืองเชียงใหม่จะถูกผนวก เป็นส่วนหนึ่งของไทยภายในพระตำหนักมีพิพิธภัณฑ์ จัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้อันเกี่ยวเนื่องกับพระราชชายาฯ โดยให้มีสภาพ ใกล้เคียงกับอดีตมากที่สุด อาทิเช่น ห้องพักผ่อนพระอิริยาบถ จัดแสดงจานชาม เครื่องเสวย ของใช้ส่วนพระองค์ และเครื่องดนตรี เป็นต้น

พระตําหนักดาราภิรมย์ พระตําหนักดาราภิรมย์
พระตําหนักดาราภิรมย์ พระตําหนักดาราภิรมย์
บรรยากาศของพระตำหนัก ที่เที่ยวเชียงใหม่
ชั้นบน
1.โถงทางเดิน จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับพระปฐมวงศ์ พระประวัติพระตำหนักที่ประทับในพระราชชายาเจ้าดารารัศมี พระตำหนัก ดาราภิรมย์
2.ห้องรับแขก จัดแสดงของถวายอันเกี่ยวเนื่องกับพระราชชายาเจ้าดารารัศมี และเครื่องเรือนร่วมสมัย
3.ห้องบรรทม จัดแสดงของถวายอันเกี่ยวเนื่องกับพระราชชายาเจ้าดารารัศมี และเครื่องเรือนร่วมสมัย
4.ห้องพักผ่อนพระอิริยาบถ จัดแสดงจานชาม เครื่องเสวย ของใช้ส่วนพระองค์ และเครื่องดนตรี
5.ห้องจัดแสดงพระกรณียกิจ ด้านการศาสนา ด้านการเกษตร และด้านศิลปะศาสตร์
6.ห้องจัดแสดงชุดเครื่องทรง ผ้าทอที่พระราชชายาฯทรงออกแบบลวดลายและส่งเสริมการทอ ชุดการแสดงที่พระราชชายาฯได้ทรง ฟื้นฟูและทรงดัดแปลงศิลปะภาคกลางให้เข้ากับศิลปะภาคเหนือ
7.ห้องสรง
ชั้นล่าง
จัดแสดงเครื่องมือเกษตร ที่ทรงใช้ในการทดลองการเกษตรแผนใหม่ ในสวนเจ้าสบาย นอกจากนั้นยังมีเครื่องทอผ้า ซึ่งใช้ทอผ้า สำหรับพระราชชายาฯโดยเฉพาะ
คลิปวิดิโอแนะนำพระตำหนักดาราภิรมณ์ เที่ยวเชียงใหม่



รายละเอียดเพิ่มเติม
เปิดให้เข้าชมวันอังคาร-วันอาทิตย์ ตั้งแ ต่เวลา 09.00-17.00 น. อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก/นักศึกษาในเครื่องแบบ 10 บาท พระสงฆ์และนักเรียนในเครื่องแบบเข้าชมฟรี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 5329 9175


ติดตามเรื่องราวจังหวัดเชียงใหม่ได้ที่: http://travel.sanook.com/thailand/chiangmai/
เรียบเรียง : http://chiangmailanla.wordpress.com/

3 พฤษภาคม 2556

ตามรอยธรณีนี่นี้ใครครอง สวนส้มธนาธร จังหวัดเชียงใหม่


ตามรอยธรณีนี่นี้ใครครอง สวนส้มธนาธร จังหวัดเชียงใหม่

สวนส้มธนาธร

สวนส้มธนาธร ที่เที่ยวเชียงใหม่สวนส้มขนาดใหญ่ที่เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของคุณภาพที่ได้รับการยอมรับจนเรียกได้ว่าเป็นความภูมิใจของ ชาวเมืองฝาง เมืองที่เป็นต้นกำเนิดของส้มพันธุ์สายน้ำผึ้งนี้ ก็คือ“สวนส้มธนาธร”ซึ่งตอนนี้ได้มีการพัฒนาให้กลายเป็นแหล่ง ท่องเที่ยว ทั้งสวนส้มธนาธร 2 (บ้านลาน) และ สวนธนาธร 8 (สวนท่าตอน) ให้นักท่องเที่ยวเลือกชม เลือกชิมได้ตามสะดวก เพราะความสวยงามงามของผลส้มในเวลาติดผล สีสันของผลส้มที่โดดเด่นตัดกับใบสีเขียว แซมสลับด้วยสีดอกไม้นานาพันธุ์ จึงทำให้บริเวณแปลงปลูกดูสวยงาม กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมของนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปสัมผัสบรรยากาศ ลมหนาวที่เชียงใหม่อย่างมาก
สวนส้มธนาธรสวนส้มธนาธร
สวนส้มธนาธรสวนส้มธนาธร

พื้นที่โดยรอบของบริเวณสวนส้มธนาธรท่องเที่ยวเชียงใหม่ทั้ง 2 แห่ง โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติและวิวทิวทัศน์ที่งดงาม โดยเฉพาะในสวนธนาธร 8 (สวนท่าตอน) เราจะได้เห็นสายน้ำกกที่ลัดเลาะพื้นที่ราบลุ่ม ซึ่งเหมาะแก่การชมวิวและเก็บภาพประทับใจเป็นอย่างยิ่ง เราสามารถ เดินทางท่องเที่ยวในสวนส้มแบบสบายๆ ด้วยพาหนะที่ชื่อว่า“รถเรื่อ”สำหรับหมู่คณะ และ“รถกอล์ฟ”ที่ไว้บริการสำหรับคนที่ต้องการ ความเป็นส่วนตัว พร้อมกับผู้ดูแลที่คอยให้คำแนะนำ หรือตอบปัญหาเกี่ยวกับการปลูกส้มด้วย
สวนส้มธนาธรปลูกส้มได้มากกว่า 10 สายพันธุ์ แต่ที่รู้จักกันดี คือ ส้มสายน้ำผึ้ง ส้มฟรีมองต์ธนาธร ซึ่งบางพันธุ์มีขนาดเล็ก สามารถทานได้ทั้งเปลือก แต่อาจมีเรื่องขัดใจสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากลองเด็ดผลส้มมาทานระหว่างการเที่ยวชมสวน เพื่อซึมซับ บรรยากาศอย่างเต็มที่ เพราะเป็นข้อห้ามของสวนส้มโดยเด็ดขาด ถ้าไม่อยากโดนปรับ เนื่องจากต้นส้มมีกิ่งที่เปราะ ดังนั้นจึงมีการ เด็ดผลส้มของนักท่องเที่ยวอาจทำให้กิ่งหักเสียหายได้ แต่ถึงอย่างไร เราก็ยังสามารถชิมและซื้อกลับบ้านได้จากบริเวณหน้าสวน ได้เช่นกันการท่องเที่ยวเชิงเกษตรของสวนส้มธนาธรนี้ไม่ได้มีแค่“ส้ม”เท่านั้น แต่ยังมี“ผักไฮโดรโพนิกส์”เพื่อสุขภาพ ให้ได้ศึกษา วิธีการเพาะปลูก หรือเลือกชิมผักสลัดสดๆ ได้เลย และต้องห้ามพลาดกับ“น้ำส้ม”เย็นๆ ชื่นใจ เป็นการเติมความสุขที่ สวนส้มธนาธร แห่งนี้มอบให้อย่างสมบูรณ์ด้วย

คลิปวิดิโอฉากสวนส้มธนาธรในละครธรณีนี่นี้ใครครอง



ติดตามเรื่องราวจังหวัดเชียงใหม่ได้ที่: http://travel.sanook.com/thailand/chiangmai/
เรียบเรียง : http://chiangmainice.blogspot.com/

ชมวิวพระอาทิตย์ตกที่ ดอยม่อนล้าน จังหวัดเชียงใหม่


ชมวิวพระอาทิตย์ตกที่ ดอยม่อนล้าน จังหวัดเชียงใหม่

ดอยม่อนล้าน ตั้งอยู่ในอำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่  มีความสูง ประมาณ 1,696 เมตร ถือว่าเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่มีชื่อเสียงของ อำเภอพร้าว บนยอดดอยสามารถเห็นทะเลหมอก โดยเฉพาะช่วงเวลาพระอาทิตย์ขึ้น และ พระอาทิตย์ตกจะมีความสวยงามมาก สามารถมองเห็นดอยหลวงเชียงดาว เขื่อนแม่งัด และตัวอำเภอพร้าวในยามค่ำคืนนักท่องเที่ยวยังจะได้ชมดาวบนดินได้อีกด้วย
ดอยม่อนล้าน

ดอยม่อนล้าน ที่เที่ยวเชียงใหม่เป็นที่ตั้งของโครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริ ในสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถเพื่อให้ ชาวบ้านเข้ามามีส่วนในกิจกรรมต่างๆของสถานี บริเวณพระตำหนักที่ประทับมีดอกไม้เมืองหนาวสีสีนสวยงาม นานาพันธุ์ให้ได้ ชื่นชมและถ่ายภาพ นอกจากนี้บนดอยม่อนล้าน ยังเป็นจุดติดตั้งกังหันลมเพื่อการผลิตไฟฟ้า ตามโครงการศึกษาศักยภาพการ ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม ม.แม่โจ้ จ.เชียงใหม่ ซึ่งถือเป็น 1 ใน 3 แหล่ง ที่มีความเหมาะสมในการติดตั้งกังหันลมซึ่งจะทำให ้ชาวบ้านมีไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดใช้ได้ตลอด
ดอยม่อนล้าน

ที่พักดอยม่อนล้าน 
ดอยม่อนล้านมีที่พักของโครงการเกษตรที่สูงม่อนล้าน ให้บริการจำนวน 7 หลัง พร้อมเครื่องนอน  พักได้ 4-5 คน ภายในบ้านมี ไฟฟ้าใช้ตลอดวันไม่จำกัดเวลา ไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่น  ค่าบริการแล้วแต่จะให้เป็นค่าบำรุงสถานที่รวมถึงสถานที่กางเต้นท์สามารถ นำเต้นท์มาเองได้ ไม่มีร้านอาหารต้องเตรียมมาเอง แต่บริเวณที่ทำการมีร้านสวัสดิการขายเครื่องดื่ม ขนม มีบริการกาแฟ โอวัลติน ติดต่อจองบ้านพักที่คุณอ้วน โทร 089 555 6816
ดอยม่อนล้าน ดอยม่อนล้าน
ดอยม่อนล้าน ดอยผ้าห่มปก

การเดินทางโดยรถส่วนตัวเส้นทางแรก
จากอำเภอพร้าว – อำเภอเวียงป่าเป้า (ถนนลาดยาง) ระยะทาง 22 กิโลเมตร ไปถึงแยกซ้ายที่บ้านขุนแจ๋ (ถนนดินลูกรัง) ผ่านโครงการหลวงแม่ปูนหลวงหน่วยจัดการต้นน้ำพร้าว บ้านแม่ปูนหลวง ถึงหน่วยจัดการต้นน้ำแม่สะลวม ระยะทาง 17 กิโลเมตร จากหน่วยจัดการต้นน้ำแม่สะลวมถึงดอยม่อนล้าน (ถนนดิน) ระยะทาง 2.5 กิโลเมตร ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 1ชั่วโมงครึ่ง เส้นทางส่วนใหญ่ไม่ค่อยดีเป็นดินแดงลูกรัง ต้องใช้รถกระบะเท่านั้น รถเก๋งหรือรถตู้ไม่สามารถขึ้นไปได้ สามารถติดต่อ เช่ารถกระบะขึ้นดอยม่อนล้านได้ที่คุณโย โทร 086 191 6149 ค่ารถประมาณ 3000 บาท

เส้นทางที่สอง (ระยะทางสั้นกว่าแต่ทางไม่ค่อยดี)
เส้นทางป่าไหน – ป่าหญ้าไทร เฉพาะรถโฟร์วิวเท่านั้น เนื่องจากเป็นเส้นทางดินลูกรังมีหลุมบ่อลึกและค่อนข้างชัน  จากอำเภอพร้าว ผ่านวัดกลางเวียง อ่างเก็บน้ำห้วยโก๋น และบ้านป่าหญ้าไทร  ถึงสถานีเกษตรที่สูงดอยม่อนล้าน ใช้เวลาประมาณ  45 นาที


ติดตามเรื่องราวจังหวัดเชียงใหม่ได้ที่: http://travel.sanook.com/thailand/chiangmai/
เรียบเรียง : http://chiangmainice.blogspot.com/